ฟุตบอลไทย U23 2026: ข้อมูลผู้เล่นและแนวโน้มการพัฒนาทีม | ไทยฟุตบอล

โดย ไทยฟุตบอล
สถานะฉุกเฉินและภารกิจหลักของทีม U23 ไทยในเอเชียนคัพ 2026: ทีมของโค้ชวัง ธวัชชัย กำลังเผชิญสถานการณ์ยากลำบากในกลุ่ม D โดยมีเพียง 1 คะแนนจาก 2 นัดแรก ปัญหาหลักคือการขาดหายไปถึง 6 ตัวหลักจากรอบคัดเลือก และการถูกแบน 2 คนในเกมตัดสินกับจีน ทำให้ความลึกของทีมถูกทดสอบอย่างหนัก ภารกิจเร่งด่วนคือต้องชนะจีน U23 เท่านั้นในนัดสุดท้ายเพื่อหวังผลต่อในทัวร์นาเมนต์ ท่ามกลางข้อจำกัดทั้งหมดนี้ เป้าหมายระยะยาวที่สำคัญยิ่งคือการสะสมประสบการณ์และคะแนนซีด (Seed Points) เพื่อวางตำแหน่งให้ได้ดีที่สุดสำหรับการแข่งขันรอบคัดเลือกโอลิมปิก 2028
เปิดเกม: การเดินทางที่เริ่มต้นด้วยความท้าทายและโอกาส
กำลังจะเริ่มต้นการแข่งขันรอบสุดท้ายเอเชียคัพ U23 2026 ที่ซาอุดีอาระเบีย ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี นำโดย “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่สะท้อนถึงความซับซ้อนของวงการฟุตบอลไทยในปัจจุบันอย่างชัดเจน นั่นคือ การเดินทางครั้งนี้ขาดหายไปถึง 6 ตัวหลักจากรายชื่อรอบคัดเลือก เนื่องจากภาระกิจกับสโมสร ตามรายงานข่าวกีฬา ขณะที่มูลค่ารวมของทีมตามการประเมินตลาดสากล (Transfermarkt) อยู่ที่ 1.45 ล้านยูโร หรือเฉลี่ยคนละ 63,000 ยูโรเท่านั้น ตามข้อมูลตลาดนักเตะ แต่ภายใต้ข้อจำกัดเหล่านี้ กลับแฝงไปด้วยภารกิจสำคัญยิ่ง: การสะสมประสบการณ์และคะแนนเพื่อวางตำแหน่งให้ได้ดีที่สุดสำหรับการแข่งขันรอบคัดเลือกโอลิมปิก 2028 ตามรายงานข่าวกีฬา นี่ไม่ใช่แค่การแข่งขันเพื่อชิงแชมป์เอเชีย แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตของฟุตบอลไทยในระยะยาว
ส่วนที่ 1: แผนที่ผู้เล่นและมรดกของ “ผู้ที่หายไป”
การเปรียบเทียบระหว่าง รายชื่อ 26 คนรอบคัดเลือก (ประกาศโดยสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เมื่อเดือนสิงหาคม 2025) ตามประกาศอย่างเป็นทางการ กับ รายชื่อ 23 คนลุยศึกรอบสุดท้าย เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนโดยการขาดหายไปของกองกำลังสำคัญ
ผู้เล่นหลักที่ขาดหายไป 6 คน และบทบาทที่ว่างเปล่า:
| ชื่อ-สโมสร | บทบาท/ผลกระทบที่ขาดหาย |
|---|---|
| ยศกร บูรพา (HOUGANG UNITED) | ขาด: จุดระเบิดริมเส้นและประตู ประสบการณ์ลีกต่างประเทศและตัวทำประตูสำคัญในรอบคัดเลือกหายไป |
| คคนะ คำยก (เมืองทอง ยูไนเต็ด) | ขาด: จังหวะการจ่ายบอลและความคิดสร้างสรรค์จากกลางสนาม การควบคุมเกมในแดนกลางต้องปรับระบบใหม่ |
| เสกสรรค์ ราตรี (ระยอง เอฟซี) | ขาด: พลังงานและความคล่องตัวในแนวรับกองกลาง ตัวเลือกสำคัญในการสอดประสานการเล่น |
| วาริส ชูทอง (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด) | ขาด: ความมั่นคงและประสบการณ์ในแนวรับ การป้องกันสูญเสียผู้เล่นชำนาญจากไทยลีก 1 |
| ชานนท์ ทำมา (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด) | ขาด: ตัวเลือกในแนวรับด้านขวา ความลึกของสต๊อกแบ็คขวาลดลง |
| ศรวัสย์ โพธิ์สมัน (สงขลา เอฟซี) | ขาด: ตัวเลือกผู้รักษาประตูที่มีประสบการณ์ แม้ไม่ใช่ตัวจริงแต่เป็นผู้เล่นที่มีศักยภาพในสต๊อก |
การขาดหายไปของกลุ่มผู้เล่นที่มีบทบาทชัดเจนนี้ บังคับให้โค้ชวังต้องสร้างสรรค์ระบบใหม่และเปิดโอกาสให้กับใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย นับเป็นการทดสอบ “ความลึก” ของสต๊อกผู้เล่นรุ่นนี้อย่างแท้จริง
ส่วนที่ 2: ใบหน้าใหม่และความลึกในตำแหน่งวิกฤต

การปรับรายชื่อครั้งใหญ่ทำให้มีผู้เล่นใหม่เข้ามาถึง 12 คน ตามรายงานข่าวกีฬา โดยเฉพาะในแนวรับและแนวรุก เรามาเจาะลึกตำแหน่งที่ได้รับผลกระทบและผู้เล่นที่ถูกคาดหวังให้ก้าวขึ้นมาเติมเต็มช่องว่าง
1. แนวรุก: ใครคือผู้สร้างสรรค์และผู้ทำประตู?
ในเมื่อขาด “ยศกร บูรพา” และต้องเผชิญกับการขาด “ธนาวุฒิ โพธิ์ชัย” จากการถูกใบเหลืองครบในเกมสุดท้ายของกลุ่ม ตามการวิเคราะห์ก่อนเกม ภาระการทำประตูและสร้างจังหวะตกอยู่กับกลุ่มกองหน้าที่มีมูลค่ารวมสูงสุดในทีม (500,000 ยูโร) ตามข้อมูลตลาดนักเตะ
- ชินเงิน ภู่ต้นหยง (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด) – บทบาท: กองหน้าตัวเป้า/ตัวตีปีก เข้ามาเป็นตัวเลือกใหม่ในแดนหน้า ด้วยสรีระและทักษะการครองบอล เป็นความหวังในการเป็นจุดจบสกอร์
- ธีรภัทร ปรือทอง (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด) – บทบาท: ปีก/กองหน้าตัวตื้อ ผู้เล่นที่มีความเร็วและทักษะการเลี้ยงบอลเฉพาะตัว เป็นหนึ่งในไม่กี่คนในทีมที่คุ้นเคยกับการเล่นในระบบของบีจี ปทุม ยูไนเต็ดซึ่งเน้นการครองบอลและบุกเร็ว คาดหวังให้เขาเป็นตัวสร้างความแตกต่างในเกมบุก
- ปริพรรษ์ วงษา (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) – บทบาท: กองหน้าตัวเป้า การได้ลงเล่นให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างบุรีรัมย์แม้จะไม่ใช่ตัวจริงเสมอไป แต่ก็สะสมประสบการณ์ในเกมระดับสูงไว้
ความท้าทาย: กลุ่มกองหน้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังขาดประสบการณ์ในระดับนานาชาติอย่างจริงจัง การสร้างความเข้าใจและการจบสกอร์ในเกมตัดสินจะเป็นบททดสอบที่สำคัญ
2. แนวรับ: การรวมตัวใหม่ภายใต้แรงกดดัน
แนวรับเป็นตำแหน่งที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด โดยมีผู้เล่นใหม่อย่าง ปริญญา หนูสง, วีชั่น อินอร่าม, ภควัต แต่งอักษร, นาธาน เจมส์ และ อูแซมมา เทียงคาม เข้ามาเสริม ตามรายงานข่าวกีฬา ปัญหาหนักขึ้นเมื่อ พลเอก มณีกร หนึ่งในกองหลังตัวหลักที่เหลืออยู่ ถูกแบนไม่ให้ลงเล่นในเกมตัดสินกับจีนเนื่องจากใบแดง ตามการวิเคราะห์ก่อนเกม
- ภควัต แต่งอักษร (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) – มูลค่าตลาดและความคาดหวัง: เป็นหนึ่งในกองหลังที่มีมูลค่าสูงในทีม การเล่นให้บุรีรัมย์ทำให้เขาคุ้นเคยกับเกมระดับสูงและความกดดัน ข้อมูลจาก Thai League Official Stats ช่วงฤดูกาลที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าเขามีอัตราการสกัดบอล (Interceptions) ที่ดีต่อเกม ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการอ่านเกมรับ
- นาธาน เจมส์ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด) – จุดเด่น: การเล่นบอลจากหลัง ผู้เล่นลูกครึ่งที่มีพื้นฐานการเล่นบอลจากแนวรับที่มั่นใจ อาจเป็นตัวเลือกสำคัญในการเริ่มเกมบุกจากด้านหลัง สถิติจาก ‘บอลไทยสตัท’ ชี้ให้เห็นว่าเขามีอัตราการส่งบอลสำเร็จ (Pass Accuracy) สูงในแดนตัวเอง ซึ่งตรงกับความต้องการของทีมที่ต้องการสร้างเกมจากหลัง
- วีชั่น อินอร่าม (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด) – ประสบการณ์ในลีก: มีประสบการณ์ในทีมที่เล่นฟุตบอลแบบครองบอลเช่นทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
สถานการณ์: การที่ต้องจับคู่กองหลังใหม่ในเกมที่ต้องชนะเท่านั้น (vs จีน) เป็นสถานการณ์ที่ท้าทายอย่างยิ่ง ความเข้าใจกันและความมั่นใจจะเป็นปัจจัยชี้ขาด
ส่วนที่ 3: เกมตัดสินกับจีน และกระดานหมากรุกระยะยาว

เกมที่ต้องชนะเท่านั้น นั่นคือเงื่อนไขของทีมไทย U23 ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม D พบกับจีน U23 หลังทำได้เพียง 1 เสมอ 1 แพ้ จาก 2 นัดแรก
สถานการณ์ก่อนเกม:
- ไทย U23: 1 คะแนน (ต้องชนะ) ขาด 2 ตัวหลักจากการแบน
- จีน U23: 4 คะแนน (ไม่ต้องการแพ้) มีแนวรับที่แข็งแกร่งนำโดย เพ่ง เสี่ยว และผู้รักษาประตูอดีตเยาวชนอัตเลติโกมาดริด หลี่ ฮ่าว
การคาดการณ์ทางยุทธวิธี:
โค้ชวังไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก เปิดเกมบุกเต็มตัว เพื่อหาประตูชัย ทีมอาจใช้ระบบที่เน้นการบุกผ่านปีกและส่งบอลเข้าสู่กรอบเขตโทษให้กับกองหน้าตัวสูง หรือไม่ก็ใช้ความเร็วของธีรภัทร ปรือทอง ในการเจาะแนวรับจีนที่อาจเล่นต่ำ
ในทางตรงกันข้าม จีน U23 ที่เล่นได้อย่างมั่นคงมาก่อน มีแนวโน้มจะเลือกเล่นเกมรับอย่างเป็นระบบ รอจังหวะคานเตอร์แอทแท็กด้วยความเร็วของ拜合拉木 ซึ่งเคยยิงประตูไทยในระดับทีมชาติใหญ่มาแล้ว การป้องกันการคานเตอร์แอทแท็กจะเป็นบททดสอบสำคัญของแนวรับชุดใหม่ของไทย
มองไปไกลกว่าการคัดออก: ภารกิจเพื่อปี 2028
ไม่ว่าผลการแข่งขันกับจีนจะเป็นอย่างไร การแข่งขันในศึกเอเชียคัพ 2026 นี้ คือก้าวที่สำคัญที่สุดก้าวหนึ่งในเส้นทางสู่โอลิมปิก 2028 ตามรายงานข่าวกีฬา ประสบการณ์ที่ผู้เล่นเหล่านี้ได้รับ ในการเผชิญหน้ากับทีมระดับท็อปของเอเชีย (ออสเตรเลีย, อิรัก) และเกมตัดสิน under pressure คือบทเรียนที่หาซื้อไม่ได้
ทุกนาทีที่ลงสนาม ทุกคะแนนที่ทำได้ ล้วนมีส่วนในการคำนวณ “คะแนนซีด” สำหรับการจับสลากรอบคัดเลือกเอเชียคัพ U23 2028 ซึ่งเป็นรอบคัดเลือกโอลิมปิกนั่นเอง ตามรายงานข่าวกีฬา ดังนั้น การพัฒนาของผู้เล่นแต่ละคนในทัวร์นาเมนต์นี้ จึงมีความหมายมากกว่าผลงานในตอนจบ
บทส่งท้าย: คำถามที่ต้องติดตามต่อจากนี้
การแข่งขันที่ซาอุดีอาระเบียจะจบลง แต่การเดินทางของดาวรุ่งชุดนี้ยังไม่จบ คำถามต่อไปนี้คือสิ่งที่แฟนบอลไทยควรจับตาต่อไป:
- ใครคือผู้เล่นที่พร้อมจะ “กระโดดข้ามขั้น” สู่ทีมชาติชุดใหญ่? การแสดงผลในเวทีระดับทวีปคือใบเบิกทางที่ดีที่สุด
- ความลึกของสต๊อกผู้เล่นรุ่นนี้เพียงพอสำหรับการแข่งขันระยะยาวหรือไม่? การขาดตัวหลัก 6 คนเป็นสัญญาณที่ต้องเร่งพัฒนาความลึกของทีมในรุ่นต่อไป
- ผู้เล่นคนใดมีศักยภาพและโปรไฟล์ที่เหมาะกับการไปเตะลีกต่างประเทศ? มูลค่าตลาดที่ยังไม่สูง อาจเป็นทั้งข้อจำกัดและโอกาสสำหรับการย้ายทีมเพื่อพัฒนาตัวเอง
ทีมชาติไทย U23 ชุดปี 2026 กำลังเรียนรู้และเติบโตบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ทุกความท้าทายคือโอกาสในการสั่งสมประสบการณ์ ติดตามความเคลื่อนไหวและพัฒนาการของดาวรุ่งไทยทุกคนต่อได้ที่ไทยฟุตบอล พร้อมวิเคราะห์ลึกทุกเกม และติดตามเส้นทางสู่โอลิมปิก 2028 ไปด้วยกัน
About the Author: ไทยฟุตบอล is a platform dedicated to providing the fastest and most in-depth coverage of Thai football. We are the bridge connecting the pitch to the fans, passionately recording every heartbeat of Thai football.
หมายเหตุ: รายชื่อผู้เล่นและข้อมูลอ้างอิงจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ตามประกาศอย่างเป็นทางการ และสื่อกีฬาชั้นนำของไทย