กติกาลูกโทษ penalty kick ฟุตบอล ผู้เล่นยิงจุดโทษต่อผู้รักษาประตู

แฟนบอลหลายคนอาจสงสัยว่าทำไมบางจังหวะผู้ตัดสินถึงให้ลูกโทษ หรือทำไมบางครั้งต้องเตะใหม่ บทความนี้จะสรุปกติกาลูกโทษ (Penalty) ในฟุตบอลแบบเข้าใจง่าย ตาม กติกาฟุตบอลข้อที่ 14 ของ IFAB ที่ใช้ในฟุตบอลทั่วโลก รวมถึงไทยลีกและฟุตบอลทีมชาติไทย


ลูกโทษคืออะไร? สถานการณ์ที่ได้รับลูกโทษ

ลูกโทษ (Penalty Kick) คือการยิงประตูโดยตรงจากจุดโทษ ห่างจากเส้นประตู 11 เมตร (12 หลา) โดยมีเฉพาะผู้รักษาประตูเท่านั้นที่ป้องกันได้

ตาม กติกาฟุตบอลของ IFAB ลูกโทษจะถูกให้เมื่อ:

  • ผู้เล่นฝ่ายรับกระทำการฟาล์วโดยตรง (direct free kick offence) ภายในเขตโทษของตัวเอง
  • การฟาล์วโดยตรง เช่น ลาก ขัดขา ชนจาก behind ใช้มือจับบอล (โดยเจตนา) หรือทำร้ายร่างกาย

ถ้าฟาล์วเกิดนอกเขตโทษ จะได้แค่ฟรีคิก ไม่ใช่ลูกโทษ ดังนั้นการตัดสินว่าฟาล์วเกิดในหรือนอกเขตโทษจึงสำคัญมาก และ VAR มักถูกใช้ตรวจสอบจังหวะลูกโทษ ในรายการใหญ่


ขั้นตอนการเตะลูกโทษ

แผนภาพการจัดตำแหน่งลูกโทษ จุดโทษ 9.15 เมตร ผู้เล่นนอกเขตโทษ

กติกาลูกโทษมีรายละเอียดหลายข้อ เพื่อให้การยิงเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ตาม กติกาข้อ 14 ของ The FA สรุปได้ดังนี้:

การจัดตำแหน่ง

  • ลูกบอล ต้องวางนิ่งบนจุดโทษ (หรือคร่อมจุดโทษ) สัมผัสจุดโทษ
  • ผู้เตะ ต้องระบุตัวชัดเจนก่อนเตะ
  • ผู้รักษาประตู ต้องยืนบนเส้นประตู หันหน้าไปทางผู้เตะ จนกว่าบอลจะถูกเตะ และต้องมีเท้าอย่างน้อยหนึ่งข้างสัมผัสหรืออยู่แนวเดียวกับเส้นประตูตอนบอลถูกเตะ
  • ผู้เล่นคนอื่น ต้องอยู่นอกเขตโทษ อยู่หลังจุดโทษ และห่างจากจุดโทษอย่างน้อย 9.15 เมตร (10 หลา)

ขณะเตะ

  • ผู้เตะต้องเตะบอลไปข้างหน้า (เตะหลังเท้าได้ ถ้าบอลเคลื่อนไปข้างหน้า)
  • ผู้เตะห้ามสัมผัสบอลครั้งที่สองจนกว่าบอลจะถูกผู้เล่นคนอื่นสัมผัส
  • ผู้ตัดสินให้สัญญาณนกหวีดก่อนจึงจะเตะได้

การแข่งขันลูกโทษ (Penalty Shootout)

เมื่อเสมอกันหลังต่อเวลาพิเศษ การตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ (penalty shootout) จะใช้กติกาเดียวกัน แต่ละทีมยิงสลับกัน 5 คน ถ้าเสมอกันต่อจะยิงทีละคนจนมีฝ่ายหนึ่งชนะ

Red Bull อธิบายการทำงานของ penalty shootout ไว้ว่าเป็นช่วงที่กดดันที่สุดของแมตช์ เพราะผู้ยิงต้องเผชิญหน้ากับผู้รักษาประตูแบบตัวต่อตัว


การฝ่าฝืนกติกาและบทลงโทษ

บรรยากาศยิงจุดโทษตัดสิน penalty shootout ความตึงเครียด

การฝ่าฝืนกติกาลูกโทษมีผลต่อการตัดสินดังนี้ ตาม กติกา IFAB:

ฝ่ายยิงทำผิด

  • ยิงเข้า → เตะใหม่
  • ยิงไม่เข้า → ให้ฝ่ายรับได้ฟรีคิกอ้อม (indirect free kick)
  • Feinting หลังจบ run-up (แกล้งเตะตอนยืนนิ่ง) → ใบเหลือง + ฟรีคิกอ้อมให้ฝ่ายรับ
  • ให้เพื่อนร่วมทีมเตะแทน (ไม่ใช่คนที่ระบุ) → ใบเหลือง + ฟรีคิกอ้อม

ฝ่ายรับทำผิด

  • ผู้รักษาประตูออกเส้นก่อนเตะ
    • ยิงเข้า → นับประตู
    • ยิงไม่เข้า/เซฟได้ → เตะใหม่ (ครั้งแรกเตือน, ครั้งถัดไปใบเหลือง)
  • ผู้เล่นฝ่ายรับรุกเข้าเขตก่อนเตะ
    • ยิงเข้า → นับประตู
    • ยิงไม่เข้า → เตะใหม่

บทความกติกาลูกโทษภาษาไทยของ Ball2Night อธิบายสรุปการฝ่าฝืนและบทลงโทษแบบเข้าใจง่ายสำหรับแฟนบอลไทย


VAR กับลูกโทษ

ในรายการที่ใช้ VAR (เช่น ไทยลีก เอเชียนคัพ ฟุตบอลโลก) ผู้ตัดสินวิดีโอจะช่วยตรวจสอบว่า:

  • ฟาล์วเกิดในหรือนอกเขตโทษ
  • มีการล้ำหน้าหรือไม่ก่อนฟาล์ว
  • ผู้รักษาประตูออกเส้นก่อนเตะหรือไม่
  • มีการรุกเข้าเขตก่อนเตะหรือไม่

ถ้าพบข้อผิดพลาด ผู้ตัดสินสามารถเรียกดูภาพและเปลี่ยนการตัดสินได้


FAQ ที่แฟนบอลถามบ่อย

Q: ลูกโทษห่างจากประตูกี่เมตร?
A: 11 เมตร (12 หลา) จากเส้นประตู ตรงกลางระหว่างเสาประตู

Q: ผู้รักษาประตูขยับได้ก่อนเตะไหม?
A: ขยับไปด้านข้างได้ แต่ต้องมีเท้าอย่างน้อยหนึ่งข้างสัมผัสหรืออยู่แนวเส้นประตูจนกว่าบอลจะถูกเตะ

Q: ถ้าบอลกระดอนจากเสา/คาน แล้วผู้เตะไปโดนอีกครั้ง?
A: ถ้าบอลยังไม่ถูกผู้เล่นคนอื่นสัมผัส ผู้เตะห้ามโดนบอลอีก ฝ่าฝืนจะได้ฟรีคิกอ้อมให้ฝ่ายรับ

Q: ยิงจุดโทษตัดสินทำอย่างไร?
A: แต่ละทีมยิงสลับกัน 5 คน ถ้าเสมอกันต่อจะยิงทีละคนจนมีฝ่ายหนึ่งชนะ


สรุป

กติกาลูกโทษมีรายละเอียดหลายข้อ แต่หลักสำคัญคือ (1) ฟาล์วโดยตรงในเขตโทษจึงได้ลูกโทษ (2) ผู้เล่นอื่นต้องอยู่นอกเขตและห่าง 9.15 เมตร (3) ผู้รักษาประตูต้องอยู่บนเส้นประตูจนกว่าบอลจะถูกเตะ (4) การฝ่าฝืนมีผลให้เตะใหม่หรือเปลี่ยนการตัดสิน

การเข้าใจกติกาลูกโทษจะช่วยให้แฟนบอลดูบอลได้สนุกและเข้าใจการตัดสินของ VAR มากขึ้น