
แฟนบอลสมัครเล่นที่เตะบอล 5 คน 7 คน หรือฟุตบอล 11 คน มักสงสัยว่า การดื่มน้ำระหว่างแข่ง ทำได้เมื่อไหร่ มีกติกาอะไรบ้าง และควรดื่มปริมาณเท่าไร บทความนี้สรุปเป็นคู่มือขั้นตอนและ FAQ สำหรับผู้เล่นสมัครเล่น โดยอ้างอิง กติกาฟุตบอล และ งานวิจัยน้ำและเครื่องดื่มสำหรับนักกีฬา ของมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
ทำไมการดื่มน้ำระหว่างแข่งถึงสำคัญ?
เมื่อร่างกายเสียน้ำเพียง 2% ของน้ำหนักตัว สมรรถนะในการเล่นจะลดลง 10–20% ตาม วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ นักฟุตบอลสูญเสียน้ำจากเหงื่อประมาณ 1.5–2 กิโลกรัมต่อเกม ดังนั้นการเติมน้ำให้เพียงพอก่อน ระหว่าง และหลังแข่งจึงช่วยให้เล่นได้เต็มที่และลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
กติกาการดื่มน้ำระหว่างแข่ง
กติกาฟุตบอลมาตรฐาน (Laws of the Game) ไม่ได้กำหนดให้มีการหยุดเกมเพื่อดื่มน้ำโดยเฉพาะ แต่ผู้เล่นสามารถดื่มน้ำได้ในจังหวะที่เกมหยุดตามธรรมชาติ เช่น ลูกทุ่ม โกลคิก การเปลี่ยนตัว หรือเมื่อผู้ตัดสินให้สัญญาณหยุดชั่วคราว
กติกาที่ควรรู้
- ตำแหน่งที่ดื่มได้: ผู้เล่นต้องไปดื่มที่ เส้นข้าง (touchline) หรือเส้นประตู ไม่สามารถออกจากสนามไปดื่มได้
- ผู้รักษาประตู: อาจวางขวดน้ำใกล้ประตูได้ ถ้าไม่กีดขวางการเล่น
- ห้าม: โยนขวดน้ำเข้า-ออกสนาม ส่งขวดให้เพื่อนร่วมทีม หรือวางขวดจนกีดขวางผู้ช่วยผู้ตัดสิน
ในรายการระดับโลก FIFA กำหนดให้มี hydration break 3 นาทีที่นาทีที่ 22 ของแต่ละครึ่ง ในฟุตบอลโลก 2026 เพื่อสวัสดิภาพผู้เล่น แต่ฟุตบอลสมัครเล่นทั่วไปมักไม่มีกฎนี้ จึงต้องดื่มในจังหวะที่เกมหยุดตามธรรมชาติ หรือตกลงกับผู้ตัดสินและทีมคู่แข่งก่อนแข่ง (เช่น ในสภาพอากาศร้อนจัด)
ขั้นตอนการดื่มน้ำสำหรับแฟนบอลสมัครเล่น

ขั้นตอนที่ 1: ก่อนแข่ง (1 ชั่วโมงก่อน)
- เริ่มดื่มน้ำ 1 ชั่วโมงก่อน การแข่งขัน
- ดื่มทีละน้อยแต่บ่อย ๆ ประมาณ 300–500 มล. (หรือ 500–1,000 มล. ถ้าแข่งนานกว่า 1 ชั่วโมง)
- เลือกน้ำเย็นหรือเครื่องดื่มเกลือแร่ที่มีคาร์โบไฮเดรต 6–8% ถ้าต้องการพลังงานเสริม
ขั้นตอนที่ 2: ระหว่างแข่ง
- แข่งน้อยกว่า 30 นาที: ไม่จำเป็นต้องดื่มระหว่างแข่ง ให้ดื่มทันทีหลังจบ
- แข่งมากกว่า 30 นาที: ดื่ม 150–250 มล. ทุก 15–20 นาที ในจังหวะที่เกมหยุด (ลูกทุ่ม โกลคิก พักครึ่ง)
- ดื่มทีละน้อย อย่าดื่มรวดเดียวจนจุก
ขั้นตอนที่ 3: หลังแข่ง
- ดื่มน้ำทดแทนตามน้ำหนักที่หายไป (ชั่งน้ำหนักก่อน-หลังแข่ง)
- เลือกเครื่องดื่มที่มีคาร์โบไฮเดรต 6–8% เพื่อเติมน้ำและพลังงานให้กล้ามเนื้อ ตาม แนวทางน้ำและเครื่องดื่มสำหรับนักกีฬา
เวลาแนะนำและปริมาณ
| ช่วงเวลา | ปริมาณ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ก่อนแข่ง 1 ชม. | 300–500 มล. | ดื่มทีละน้อย |
| ก่อนแข่ง 30–60 นาที | 300–500 มล. + กลูโคส 30–50 กรัม | ถ้าแข่งนาน |
| ระหว่างแข่ง (ทุก 15–20 นาที) | 150–250 มล. | เฉพาะแข่ง > 30 นาที |
| หลังแข่ง | ตามน้ำหนักที่หายไป | ชั่งก่อน-หลังแข่ง |
คำถามยอดนิยม FAQ

Q: แฟนบอลสมัครเล่นดื่มน้ำระหว่างแข่งได้ไหม?
A: ได้ ในจังหวะที่เกมหยุดตามธรรมชาติ (ลูกทุ่ม โกลคิก การเปลี่ยนตัว) โดยต้องไปดื่มที่เส้นข้างหรือเส้นประตู ไม่ออกจากสนาม กติกาฟุตบอลมาตรฐาน ไม่ห้ามการดื่มน้ำในจังหวะดังกล่าว
Q: บอล 5 คน 7 คน ควรดื่มน้ำเมื่อไหร่?
A: ใช้หลักเดียวกัน — แข่งน้อยกว่า 30 นาที ดื่มหลังจบ; แข่งมากกว่า 30 นาที ดื่มทุก 15–20 นาที ในจังหวะพักหรือลูกตาย
Q: เครื่องดื่มเกลือแร่ดีกว่าน้ำเปล่าไหม?
A: สำหรับแข่งนานกว่า 1 ชั่วโมง เครื่องดื่มเกลือแร่ที่มีคาร์โบไฮเดรต 6–8% ช่วยทดแทนแร่ธาตุและพลังงานได้ดีกว่า สำหรับแข่งสั้น น้ำเปล่าก็เพียงพอ
Q: มี hydration break แบบฟุตบอลโลกไหม?
A: ในฟุตบอลสมัครเล่นทั่วไปไม่มี FIFA ใช้ hydration break 3 นาทีที่นาทีที่ 22 ของแต่ละครึ่ง ในฟุตบอลโลก 2026 เท่านั้น ถ้าอากาศร้อนมาก แนะนำตกลงกับผู้ตัดสินและทีมคู่แข่งก่อนแข่ง
Q: ดื่มน้ำมากเกินไปอันตรายไหม?
A: ดื่มทีละน้อย (150–250 มล.) ไม่ดื่มรวดเดียวจนจุก เพื่อลดความเสี่ยงต่ออาการจุกแน่นหรือ hyponatremia
สรุป
การดื่มน้ำระหว่างแข่งฟุตบอลสำหรับแฟนบอลสมัครเล่นมีหลักสำคัญ 3 ข้อ: (1) กติกา — ดื่มได้ในจังหวะเกมหยุด ต้องอยู่ที่เส้นข้าง (2) เวลา — ก่อนแข่ง 1 ชม. ระหว่างแข่งทุก 15–20 นาที (ถ้าแข่ง > 30 นาที) หลังแข่งทันที (3) ปริมาณ — ดื่มทีละน้อย 150–250 มล. ต่อครั้ง หลีกเลี่ยงการดื่มรวดเดียว
การเตรียมน้ำและเครื่องดื่มให้พร้อมจะช่วยให้แฟนบอลสมัครเล่นเล่นได้เต็มที่และปลอดภัยมากขึ้น