
สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) ประกาศโปรแกรมฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2026 อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจับสลากแบ่งสายเมื่อกลางเดือนมกราคม 2569 รายการนี้ใช้ชื่อใหม่ว่า อาเซียน แชมเปียนส์ชิพ ฮุนได คัพ 2026 (ASEAN Champions Cup Hyundai Cup 2026) เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของทัวร์นาเมนต์ลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บทความนี้สรุปสายที่ทีมชาติไทยจับได้และโปรแกรมทีมชาติไทยทั้ง 4 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม พร้อมช่วงเวลารอบน็อกเอาต์
ผลจับสลากและสายของช้างศึก
ทีมชาติไทย ถูกจับอยู่ใน กลุ่ม B ร่วมกับ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมา และ สปป.ลาว ฝั่งกลุ่ม A มีอินโดนีเซีย (เจ้าภาพ) เวียดนาม สิงคโปร์ และทีมที่ผ่านจากรอบเพลย์ออฟระหว่างติมอร์-เลสเตกับบรูไน การจับสลากจัดขึ้นที่จาการ์ตาเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 โดยไทยและเวียดนามอยู่ในโถ 1 เนื่องจากเป็นทีมที่มีผลงานดีในอดีต
ช้างศึกถือเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ชิงแชมป์อาเซียน คว้าแชมป์มาแล้ว 7 สมัย ได้แก่ ปี 1996, 2000, 2002, 2014, 2016, 2020 และ 2022 รองลงมาคือสิงคโปร์ 4 สมัย เวียดนาม 3 สมัย และมาเลเซีย 1 สมัย ดังนั้นการได้อยู่ในกลุ่ม B กับมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมา และลาว จึงถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่ไทยมีโอกาสลุ้นอันดับ 1–2 เพื่อเข้ารอบรองชนะเลิศและชิงชนะเลิศแบบเหย้า-เยือนได้
โปรแกรมทีมชาติไทยรอบแบ่งกลุ่ม

การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มมีขึ้นระหว่าง วันที่ 24 กรกฎาคม ถึง 26 สิงหาคม 2569 แต่ละทีมเล่น 2 นัดเหย้า และ 2 นัดเยือน โปรแกรมทีมชาติไทย ในรอบแบ่งกลุ่มมีดังนี้
- นัดที่ 1 — 25 กรกฎาคม 2569: เยือน สปป.ลาว
- นัดที่ 2 — 1 สิงหาคม 2569: เหย้า พบ มาเลเซีย
- นัดที่ 3 — 4 สิงหาคม 2569: เยือน ฟิลิปปินส์
- นัดที่ 4 — 8 สิงหาคม 2569: เหย้า พบ เมียนมา
ช้างศึกเปิดสนามด้วยการบุกไปเยือนลาวในวันที่ 25 กรกฎาคม จากนั้นกลับมาเล่นเหย้าพบมาเลเซียและเมียนมา คั่นด้วยนัดเยือนฟิลิปปินส์ รายละเอียดสนามแข่งขัน เวลาเตะ และช่องทางการถ่ายทอดสดจะมีการประกาศจากเอเอฟเอฟและสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในภายหลัง
รอบน็อกเอาต์และช่วงเวลาแข่งขัน
ทีมอันดับ 1 และอันดับ 2 จากแต่ละกลุ่มจะผ่านเข้าสู่ รอบรองชนะเลิศ และ รอบชิงชนะเลิศ โดยใช้ระบบเหย้า-เยือนตามรูปแบบเดิม
- รอบรองชนะเลิศ: แข่งในวันที่ 15–16 สิงหาคม และ 18–19 สิงหาคม 2569
- รอบชิงชนะเลิศ: แข่งในวันที่ 22 สิงหาคม (นัดแรก) และ 26 สิงหาคม 2569 (นัดสอง)
การแข่งขันอาเซียน แชมเปียนส์ชิพ 2026 เริ่มต้นหลังจากฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 จบลง (19 กรกฎาคม 2569) ดังนั้นแฟนบอลที่ติดตามฟุตบอลทีมชาติไทยสามารถวางแผนติดตามทั้งศึกใหญ่โลกและศึกชิงแชมป์อาเซียนได้อย่างต่อเนื่อง
ความสำคัญและสิ่งที่ต้องติดตาม
ชิงแชมป์อาเซียน 2026 เป็นโอกาสให้ช้างศึกกลับมาคว้าแชมป์ภูมิภาคอีกครั้ง หลังเวียดนามเป็นแชมป์เมื่อปี 2024 การได้เล่นในกลุ่ม B กับมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมา และลาว หมายความว่าทุกนัดจะเป็นบททดสอบทั้งในนัดเหย้าและเยือน แฟนบอลและสื่อกีฬามักจับตาความพร้อมของทีมภายใต้ผู้ฝึกสอน การจัดการตัวผู้เล่นหลังจบไทยลีก และการซ้อมรวมก่อนเปิดสนาม
นอกจากโปรแกรมทั้ง 4 นัดข้างต้นแล้ว ควรติดตามปฏิทินอย่างเป็นทางการจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และช่องทางไทยลีกหรือเอเอฟเอฟเพื่อวันเวลาและช่องถ่ายทอดสดที่อัปเดตล่าสุด
มุมมองและโอกาสของช้างศึก
ในกลุ่ม B มาเลเซีย เป็นคู่ปรับหลักที่ไทยต้องเผชิญทั้งในประวัติศาสตร์และฟอร์มล่าสุด นัดเหย้าพบฮาริมาอูที่ไทยในวันที่ 1 สิงหาคมจึงเป็นนัดสำคัญสำหรับการลุ้น pole position ในกลุ่ม ขณะที่การบุกเยือนลาวและฟิลิปปินส์ต้องไม่ประมาท เพราะการเล่นบนสนามเยือนในอาเซียนมักมีความยากจากสภาพสนาม สภาพอากาศ และความดื้อของเจ้าบ้าน การเก็บคะแนนในนัดเปิดสนามที่ลาวและนัดที่ 3 ที่ฟิลิปปินส์จะช่วยให้ช้างศึกมีจุดยืนที่ดีก่อนกลับมาเล่นเหย้าสองนัดสุดท้าย
ทางเอเอฟเอฟระบุว่ารายการนี้จัดขึ้นเพื่อครบรอบ 30 ปีของทัวร์นาเมนต์ จึงมีการเปลี่ยนชื่อเป็นอาเซียน แชมเปียนส์ชิพ ฮุนได คัพ 2026 และยังคงรูปแบบเดิมคือรอบแบ่งกลุ่มแล้วตามด้วยรอบรองชนะเลิศและชิงชนะเลิศแบบเหย้า-เยือน ทำให้แฟนบอลไทยสามารถวางแผนเดินทางเชียร์หรือติดตามผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตามโปรแกรมที่ประกาศ
สรุป
ทีมชาติไทย อยู่ในกลุ่ม B ของอาเซียน แชมเปียนส์ชิพ ฮุนได คัพ 2026 ร่วมกับมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมา และสปป.ลาว โปรแกรมทีมชาติไทย ในรอบแบ่งกลุ่ม 4 นัด ได้แก่ เยือนลาว (25 ก.ค.) เหย้ามาเลเซีย (1 ส.ค.) เยือนฟิลิปปินส์ (4 ส.ค.) และเหย้าเมียนมา (8 ส.ค.) รอบรองชนะเลิศและชิงชนะเลิศจะแข่งขันแบบเหย้า-เยือนในกลางถึงปลายเดือนสิงหาคม 2569 แฟนบอลที่ต้องการติดตามช้างศึกในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2026 แนะนำให้เก็บวันเวลาและช่องทางถ่ายทอดสดจากช่องทางอย่างเป็นทางการ