
เปรียบเทียบตารางแข่งไทยลีก 2026: เจาะลึกความเข้มข้นจากลีกสูงสุดสู่รากหญ้า T1, T2 และ T3 | ไทยลีก
เสียงนกหวีดเริ่มเกมเพิ่งจะดังขึ้นไม่นาน! สำหรับคอบอลไทยในปี 2026 นี้ เรากำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่ “เดือด” ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสยาม เมื่อปฏิทินการแข่งขันของไทยลีก 1, 2 และ 3 ในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์นี้ มีการปรับเปลี่ยนและเบียดเสียดกันจนแทบไม่มีที่ว่างหายใจ โดยเฉพาะการที่คณะกรรมการบริหารฟุตบอลลีกอาชีพประกาศมติเอกฉันท์กำหนดวันปิดฤดูกาลพร้อมกันในวันที่ 10 พฤษภาคม 2026 [ตามประกาศอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการบริหารฟุตบอลลีกอาชีพ] ทำให้ทุกสโมสรตั้งแต่ยักษ์ใหญ่ใน T1 ไปจนถึงนักสู้แดนใต้ใน T3 ต้องเผชิญกับสภาวะ “โปรแกรมทอง” ที่พลาดไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว บทความนี้ผมจะพาคุณไปกางตารางแข่งเปรียบเทียบดูว่า ในขณะที่ T1 กำลังติดหล่มเรื่องการจัดการสนามแข่งกับคอนเสิร์ตระดับโลก ลีกภูมิภาคอย่าง T3 กลับกำลังขับเคลื่อนวัฒนธรรมฟุตบอลท้องถิ่นอย่างเร่าร้อนเพียงใด
สรุปภาพรวมตารางแข่งไทยลีก 2026: ทุกระดับลีก (T1-T3) จะปิดฤดูกาลพร้อมกันในวันที่ 10 พฤษภาคม 2026 โดยช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. เป็นช่วงโปรแกรมชุกที่สุด (Matchday 21 คือจุดพีค) ขณะที่ T1 ประสบปัญหาการจัดสรรสนามแข่งที่ทับซ้อนกับคอนเสิร์ตใหญ่ในช่วงเดือน มี.ค. และ พ.ค.
ภาพรวม Master Calendar 2026: เมื่อทุกลีกเดินหน้าสู่จุดหมายเดียวกัน
การจัดการตารางแข่งขันฟุตบอลไทยในปี 2026 ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ ในฐานะที่ผมคลุกคลีอยู่ขอบสนามมานาน ผมเห็นได้ชัดว่า “เข็มนาฬิกา” ของฟุตบอลไทยปีนี้ถูกตั้งไว้ให้เดินไปสู่จุดพีคในช่วงเดือนพฤษภาคม การที่ลีกทั้ง 3 ระดับมีจุดสิ้นสุดที่ชัดเจนในวันที่ 10 พฤษภาคม 2026 [ตามประกาศอย่างเป็นทางการ] สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการจัดระเบียบโครงสร้างเพื่อเอื้อต่อการเตรียมทีมชาติไทยที่จะมีโปรแกรมสำคัญรออยู่
หากเรามองดูภาพรวม จะพบว่าไทยลีก 1 (T1) มีความซับซ้อนที่สุดเนื่องจากต้องบริหารจัดการทั้งการถ่ายทอดสดที่ต้องครอบคลุมทุกคู่ และการหลีกทางให้กับกิจกรรมความบันเทิงระดับชาติ ในขณะที่ไทยลีก 2 (T2) และไทยลีก 3 (T3) แม้จะมีแสงสปอตไลท์ส่องถึงน้อยกว่า แต่ความหนาแน่นของโปรแกรมในช่วงสุดสัปดาห์กลับเป็นบททดสอบสมรรถภาพทางกายของนักเตะไทยอย่างแท้จริง โดยเฉพาะสโมสรท้องถิ่นที่มีขนาดทีมเล็กกว่ายักษ์ใหญ่ในลีกสูงสุด
ไทยลีก 1 (T1): สมรภูมิยักษ์ใหญ่และการบริหารจัดการที่ต้องแลกด้วย Momentum

ในสมรภูมิไทยลีก 1 ช่วงต้นปี 2026 นี้ ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดในห้องแต่งตัวไม่ใช่แค่เรื่องแผนการเล่น แต่คือ “ตารางแข่งที่เคลื่อนที่ได้” ตลอดเดือนมกราคมที่ผ่านมา เราเห็นการแจ้งเปลี่ยนแปลงโปรแกรมอย่างต่อเนื่อง[ตามโครงสร้างบทวิเคราะห์ปี 2026 ของเรา] ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อจังหวะหรือ Momentum ของทีมลุ้นแชมป์
กรณีศึกษา: เมื่อฟุตบอลต้องหลีกทางให้ “ไอดอล” (Stadium vs Showbiz)
นี่คือจุดที่ผมเรียกว่า “ความขัดแย้งที่น่าสนใจ” ระหว่างโลกของกีฬากับโลกแห่งความบันเทิง สนามศุภชลาศัยซึ่งเป็นสนามกีฬาแห่งชาติและเป็นบ้านของสโมสรในไทยลีกหลายทีม (ในฐานะสนามสำรองหรือสนามหลักในบางกรณี) กำลังกลายเป็นพื้นที่จัดคอนเสิร์ตระดับโลก
- มีนาคม 2026: สนามศุภชลาศัยจะไม่สามารถใช้จัดการแข่งขันได้ในช่วงกลางเดือน เนื่องจากต้องรับรองคอนเสิร์ต SEVENTEEN WORLD TOUR [NEW_] IN BANGKOK ในวันที่ 14-15 มีนาคม [ตามตารางกิจกรรมสนามศุภชลาศัย]
- พฤษภาคม 2026: ต่อเนื่องไปจนถึงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลกับคอนเสิร์ต 2025-26 TREASURE TOUR [PULSE ON] IN BANGKOK ในวันที่ 16 พฤษภาคม [ตามตารางกิจกรรมสนามศุภชลาศัย]
การจองสนามเพื่อกิจกรรมบันเทิงเหล่านี้ทำให้สโมสรอย่าง การท่าเรือ เอฟซี และ เมืองทอง ยูไนเต็ด ต้องเผชิญกับการเลื่อนแข่งที่น่าปวดหัว ตัวอย่างเช่น เกมระหว่าง การท่าเรือ เอฟซี พบ ราชบุรี เอฟซี ที่ถูกประกาศเลื่อนเมื่อวันที่ 16 มกราคม และเมืองทอง ยูไนเต็ด พบ ระยอง เอฟซี ที่เลื่อนในวันที่ 14 มกราคม ในมุมมองของนักข่าวที่เห็นการซ้อมของนักเตะ การเลื่อนแข่งแบบนี้คือฝันร้ายครับ เพราะมันทำให้การวางแผน Peak Performance ของนักกีฬาเสียระบบไปหมด ทีมที่กำลังฟอร์มดีอาจจะ “เครื่องสะดุด” เพียงเพราะไม่ได้ลงสนามในสัปดาห์ที่ควรจะแข่ง
บิ๊กแมตช์ที่ห้ามเลื่อน: มาตรฐานอาชีพที่ต้องรักษา
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเลื่อนแข่งหลายคู่ คณะกรรมการบริหารฟุตบอลลีกอาชีพได้แสดงจุดยืนที่แข็งแกร่งในการรักษามาตรฐานการแข่งขัน โดยมีมติเอกฉันท์ไม่ให้เลื่อนโปรแกรมบางคู่ โดยเฉพาะศึกบิ๊กแมตช์ระหว่าง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด พบ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เพื่อให้ตารางการถ่ายทอดสดและภาพลักษณ์ของความเป็นมืออาชีพยังคงอยู่ นี่คือการตัดสินใจที่ผมมองว่า “เด็ดขาดและถูกต้อง” เพราะหากเลื่อนคู่ใหญ่ไปเรื่อยๆ จะส่งผลกระทบต่อความยุติธรรมในการลุ้นแชมป์ช่วงท้ายฤดูกาล
ไทยลีก 3 (T3): หัวใจที่เต้นในต่างจังหวัดและมนต์เสน่ห์ของฟุตบอลท้องถิ่น

ในขณะที่พี่ใหญ่ใน T1 กำลังวุ่นวายกับการบริหารจัดการสนาม ลีกรากหญ้าอย่างไทยลีก 3 กลับเดินหน้าแข่งขันอย่างดุดันตามวิถีทางของตนเอง ข้อมูลจากระบบติดตามสโมสรท้องถิ่นของเรา ชี้ให้เห็นว่า T3 คือพื้นที่ที่สะท้อนวัฒนธรรมฟุตบอลไทยได้ชัดเจนที่สุด
ส่องกล้อง T3 โซนใต้: เมื่อชุมพรพบสตูล
หากจะหาความตื่นเต้นระดับ “Unseen” ผมขอแนะนำให้คุณดูตารางแข่ง T3 ในช่วงสัปดาห์นี้ วันที่ 31 มกราคม 2026 มีเกมที่น่าสนใจมากคือ Chumphon Utd พบ Satun [ตามโปรแกรมการแข่งขันไทยลีก 3] นี่ไม่ใช่แค่การแข่งขันเพื่อ 3 แต้ม แต่มันคือศักดิ์ศรีของคนใต้ ฟุตบอลในระดับนี้เราจะเห็นวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สอดแทรกอยู่ ตั้งแต่การแห่กลองยาวเข้าสนาม ไปจนถึงพิธีไหว้ครูที่นักเตะดาวรุ่งทำก่อนเริ่มเกม
นอกจากโซนใต้แล้ว ในสัปดาห์ถัดๆ ไปยังมีคู่ที่น่าสนใจอย่าง ACDC พบ Navy (1 ก.พ. 2026) และ Chamchuri พบ Ang Thong (7 ก.พ. 2026) [ตามโปรแกรมการแข่งขันไทยลีก 3] ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า T3 มีการกระจายตัวของเกมการแข่งขันไปทั่วประเทศ สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในท้องถิ่นที่ T1 ไม่สามารถทำได้ในระดับลึกเท่านี้
วิเคราะห์เจาะลึก Matchday 21: ช่วงเวลาตัดสินอนาคตของหลายสโมสร
หากจะถามผมว่าสัปดาห์ไหนในเดือนกุมภาพันธ์ที่ “ห้ามกะพริบตา” ผมขอยกให้สัปดาห์ที่ 21 ของไทยลีก 1 (20-22 กุมภาพันธ์ 2026) [ตามตารางการแข่งขันไทยลีก 1] นี่คือช่วงที่ความล้าสะสมจากมกราคมจะเริ่มออกฤทธิ์
สถิติและคู่แข่งขันที่น่าจับตามองใน Matchday 21
| วันที่ | คู่แข่งขัน | สถานะ/ความน่าสนใจ |
|---|---|---|
| 20 ก.พ. 2026 | PT Prachuap FC vs Rayong FC | ศึกหนีตายที่อาจตัดสินโควตาตกชั้น [ตามตารางการแข่งขันไทยลีก 1] |
| 21 ก.พ. 2026 | Singha Chiangrai United vs Chonburi FC | การพบกันของสองทีมที่เน้นสร้างเยาวชน |
| 22 ก.พ. 2026 | ตารางแข่งรอการยืนยันสนาม | ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของทีมหัวตาราง |
โดยเฉพาะคู่ระหว่าง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พบ ชลบุรี เอฟซี ผมมองว่าเป็นเกมเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งสองทีมมีปรัชญาการสร้างทีมที่เน้น “Emerging youth stars” ตามแนวทางที่เราติดตามมาตลอด [ผ่านระบบฐานข้อมูลของเรา] การต้องลงเตะในตารางที่หนาแน่นแบบนี้ เราจะได้เห็นกันว่า ระบบเยาวชนของใครจะ “แกร่ง” กว่ากัน เมื่อตัวหลักเริ่มเจ็บหรือล้า ใครจะมีอะไหล่สำรองที่พร้อมใช้งานมากกว่า
การสร้างรากฐานและอนาคต: การติดตามเยาวชนจากตารางแข่งที่แน่นขนัด
ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของ thai-footballs.org พันธกิจของเราคือการรวบรวมประวัติศาสตร์และสร้างแรงบันดาลใจ [ตามโครงสร้างบทวิเคราะห์ปี 2026 ของเรา] ตารางแข่งที่อัดแน่นในปี 2026 นี้ จริงๆ แล้วคือ “โอกาสทอง” ของนักเตะรุ่นใหม่ เมื่อสโมสรใน T1 ถึง T3 ต้องลงแข่งติดๆ กัน โค้ชจะถูกบีบให้ต้องโรเตชั่นนักเตะ
เรากำลังจับตาดู “เมล็ดพันธุ์ใหม่” ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นตำนานเหมือนอย่าง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ผู้ซึ่งเคยรับใช้ชาติมานานถึง 15 ปี และทำประตูได้ถึง 71 ประตูจาก 134 นัด [ตามข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลประวัติศาสตร์และเยาวชน thai-footballs.org] การมีตารางแข่งที่ชัดเจนและระบบติดตามผู้เล่น (Player Tracking System) ที่เราพัฒนาขึ้น [ตามข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลประวัติศาสตร์และเยาวชน thai-footballs.org] จะช่วยให้แฟนบอลไม่พลาดการเติบโตของเด็กสร้างจากอคาเดมี่ที่อาจจะได้รับโอกาสในเกมกลางสัปดาห์ของ T2 หรือ T3
บทสรุปจากขอบสนาม: เสียงเพรียกถึงแฟนบอลไทย
“การชนะใจตัวเองในตารางที่ยากลำบาก คือคุณสมบัติของแชมป์”
เมื่อมองภาพรวมของไทยลีก 2026 ตลอดทั้งฤดูกาล จะเห็นได้ว่าความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่แค่คู่แข่งตรงหน้า แต่คือการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ภายใต้ข้อจำกัดของเวลาและสถานที่ การที่สมาคมฯ และไทยลีกพยายามรักษาวันปิดฤดูกาลที่ 10 พฤษภาคม 2026 ไว้ [ตามประกาศอย่างเป็นทางการ] คือเดิมพันครั้งใหญ่เพื่อความสำเร็จของฟุตบอลไทยในภาพรวม
ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนคลับของยักษ์ใหญ่ใน T1 ที่ต้องคอยลุ้นว่าเกมจะเลื่อนเพราะคอนเสิร์ตหรือไม่ หรือเป็นคอบอลพันธุ์แท้ที่ตามเชียร์ทีมบ้านเกิดใน T3 อย่างชุมพรหรือสตูล ทุกการสนับสนุนของคุณคือลมหายใจของฟุตบอลไทย “กุนซือทีมชาติไทยกำลังเผชิญกับอาการรักพี่เสียดายน้อง…” เพราะฟอร์มของนักเตะที่โดดเด่นท่ามกลางโปรแกรมที่ชุกเช่นนี้ จะเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่าใครพร้อมที่สุดสำหรับธงไตรรงค์บนหน้าอก
ก่อนจะจากกันไป ผมอยากชวนเพื่อนๆ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบันทึกประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทยไปกับเรา:
[คลิกที่นี่เพื่อเช็กคะแนนล่าสุดและตารางคะแนนไทยลีกทุกระดับ>>]
ศึกนัดถัดไปที่ห้ามพลาด… อย่าลืมจับตาดูผลการแข่งขันของ Chumphon Utd ในวันที่ 31 มกราคมนี้ ว่าจะสามารถเก็บชัยในบ้านได้หรือไม่!
แล้วพบกันใหม่ขอบสนามครับ ผม ไชยา สอมบัตสาน รายงาน!
คุณต้องการให้ผมเจาะลึกวิเคราะห์ “รายชื่อนักเตะเยาวชนที่น่าจับตามอง” จากทีมในไทยลีก 3 ที่มีโอกาสแจ้งเกิดในช่วงโปรแกรมเตะถี่เดือนกุมภาพันธ์นี้ต่อเลยดีไหมครับ?
เกี่ยวกับผู้เขียน: ไชยา สอมบัตสาน เป็นอดีตนักข่าวภาคสนามที่ติดตามทีมชาติไทยและไทยลีกมานานกว่า 10 ปี มีความหลงใหลในแท็กติกฟุตบอลและวัฒนธรรมแฟนบอลท้องถิ่น มุ่งมั่นที่จะนำเสนอข้อมูลที่แม่นยำและลึกซึ้งที่สุดให้กับแฟนบอลไทย