วิเคราะห์เกมล่าสุด: ทีมชาติไทย U23 ปะทะทีมชาติอิรัก U23

5 กุมภาพันธ์ 2026

วิเคราะห์เจาะลึก: ไทย U23 ตีเสมออิรัก 1-1 ได้อย่างไร? กับ 1 แต้มที่ทำให้อิรัก ‘ฝันร้าย’ | AFC U23 Asian Cup 2026

สรุปประเด็นสำคัญ (Quick Overview)

  • ผลการแข่งขัน: ทีมชาติไทย U23 เสมอ ทีมชาติอิรัก U23 ด้วยสกอร์ 1-1 ในศึกชิงแชมป์เอเชีย กลุ่ม D ของ AFC
  • เหตุการณ์สำคัญ: อิรักขึ้นนำก่อนจากจุดโทษของ Amir Faisal (นาทีที่ 27) ก่อนที่ ชินเงิน ภูโทนยง จะสวมบทฮีโร่ซัดประตูตีเสมอสุดสวยในนาทีที่ 85 ตามรายงานสถิติทีม
  • สถิติที่น่าสนใจ: แม้จะโดนนำก่อน แต่ทัพช้างศึกโชว์หัวใจนักสู้ สร้างโอกาสยิงถล่มทลายถึง 17 ครั้ง เหนือกว่าอิรักที่มีโอกาสเพียง 10 ครั้ง จากสถิติหลังเกม แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางยุทธวิธีที่ชัดเจนของโค้ชธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล

ภาพรวมเกม: 1 แต้มแห่งความหวังที่ริยาด

นาทีที่ 85 ที่สนาม Prince Faisal bin Fahd ในกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เสียงกองเชียร์สีแดงขาวดังกึกก้องเมื่อ ชินเงิน ภูโทนยง ใช้เท้าขวาพาบอลเข้าไปในตาข่ายของอิรัก U23 เกมในกลุ่ม D ของศึก AFC U23 Asian Cup 2026™ ที่ดูเหมือนจะหลุดลอยไปตั้งแต่ต้นครึ่งแรก กลับพลิกผันสู่การแบ่งแต้ม 1-1 นี่ไม่ใช่แค่การตีเสมอ แต่คือการประกาศศักดาของเยาวชนไทยในเวทีระดับทวีป ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบากและความคาดหวังอันหนักอึ้ง

เมื่อนาฬิกาเดินมาถึงวันที่ 11 มกราคม 2026 เวลา 14:00 UTCตามรายงานการแข่งขัน ทีมของ โค้ชธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล (โค้ชวัง) ต้องเผชิญหน้ากับอดีตแชมป์เอเชียอย่างอิรักตามรายงานข่าว การเสียจุดโทษตั้งแต่ต้นเกม (นาทีที่ 27) จาก Amir Faisal ดูเหมือนจะตอกย้ำความยากของภารกิจ แต่สิ่งที่ตามมาคือการแสดงออกถึงความทรหดอดทนทางจิตใจและความสามารถในการปรับตัวทางยุทธวิธีของทีมไทย

ผลลัพธ์คือ 1 แต้มล้ำค่าที่ทำให้โค้ชวังประกาศว่า “ทีมยังมีหวัง”ในบทสัมภาษณ์ ในนัดตัดสินพบจีน ขณะที่ฝั่งอิรักกลับต้องเผชิญกับความโกรธเกรี้ยวของแฟนบอลและกระแสข่าวลืออันร้อนแรงเกี่ยวกับข้อร้องเรียนจากแฟนบอลอิรัก

สถานการณ์เปิดเกม: ฝันร้ายเริ่มต้นที่จุดโทษ

การวิเคราะห์เกมนี้ต้องเริ่มต้นที่ความท้าทายแรกและใหญ่ที่สุด นั่นคือการเสียประตูตั้งแต่นาทีที่ 27 การเสียจุดโทษในฟุตบอลระดับนี้ไม่ใช่แค่การเสียประตู แต่เป็นการทดสอบจิตใจและแผนการเล่นอย่างรุนแรง

ทีมอิรักภายใต้การนำของ อีมัด โมฮัมเหม็ด อดีตกองหน้าทีมชาติที่มีประสบการณ์กว่า 100 นัด มาพร้อมกับปรัชญาการเล่นที่เน้นการบุกสร้างสรรค์ แม้ในนัดเปิดสนามที่เสมอกับจีน 0-0 อิรักก็ยังครองสถิติการสร้างโอกาสถึง 14 ครั้ง นั่นหมายความว่าการตั้งรับของไทยต้องสมบูรณ์แบบ

การเสียจุดโทษจึงไม่เพียงเปิดโอกาสให้อิรักขึ้นนำ แต่ยังปลดล็อกความมั่นใจและเปิดทางให้เกมรุกตามสไตล์ของพวกเขาเบ่งบานเต็มที่ นี่คือช่วงเวลาที่ทีมเยาวชนหลายทีมอาจทรุดโทรม แต่สิ่งที่เราเห็นจากทีมไทย U23 คือความพยายามในการรักษาโครงสร้าง ท่ามกลางเสียงเชียร์ของกองเชียร์อิรักที่ดังสนั่น

สิ่งที่โค้ชอิรักชี้ให้เห็นในภายหลังเกี่ยวกับ “ข้อผิดพลาดในเกมรับของไทย”จากมุมมองสื่อ นั้นชัดเจนในจังหวะนี้ แต่การที่ทีมไม่แตกหลังจากนั้นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวการต่อสู้

การปรับตัวกลางเกม: จากรับมือ สู่สร้างสรรค์

ครึ่งเวลาแรกจบลงด้วยสกอร์ 1-0 แน่นอนว่าความกดดันทั้งหมดอยู่ที่ฝั่งไทย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลสถิติหลังเกมเปิดเผยเรื่องที่น่าสนใจ: ทีมชาติไทยสร้างโอกาสยิงได้มากกว่าอิรัก โดยมีโอกาสทั้งหมด 17 ครั้ง ขณะที่อิรักมี 10 ครั้ง ตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันคือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่บ่งชี้ว่า หลังจากการพลิกผันในครึ่งแรก ทีมของโค้ชวังไม่ได้นั่งรอเวลาให้หมดไป

เราต้องตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงพักครึ่ง? แม้รายงานข่าวอาจไม่มีข้อมูลการเปลี่ยนตัวผู้เล่นหรือคำสั่งที่ชัดเจนในนาทีนั้น แต่จากพัฒนาการของเกมในครึ่งหลัง เราสามารถวิเคราะห์การปรับตัวได้หลายชั้น

  • การยึดครองกลางสนามใหม่: อิรักมีกองกลางตัวรับอย่าง Abdulrazzaq Qasim กัปตันทีมจากสโมสร Al-Shorta ผู้มีลูกยิงไกลเป็นอาวุธสำคัญ ภารกิจในการลดบทบาทของเขาดูเหมือนจะเป็นกุญแจสำคัญ การที่ไทยสร้างโอกาสได้มากขึ้น แสดงถึงความสำเร็จในการควบคุมพื้นที่กลางสนาม
  • การใช้จุดแข็งแบบไทย: แทนที่จะเล่นลุยยาวสู้กับความเสียเปรียบด้านรูปร่าง ไทยหันมาใช้การเล่นสั้น การเคลื่อนที่แบบไม่มีบอล และการสับเปลี่ยนตำแหน่งในแนวรุกมากขึ้น ซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับอิรักได้ไม่น้อย
  • สปิริตที่ไม่ยอมแพ้: โค้ชธวัชชัย กล่าวหลังเกมว่าเขาพอใจกับ “สปิริต” ของลูกทีม และบรรยากาศในงานแถลงข่าวก็สะท้อนถึงความภูมิใจในความทรหดนี้จากบรรยากาศหลังแถลงข่าว การไม่ยอมจำนนคือพื้นฐานของทุกสิ่ง

ช่วงชัยที่ 85 นาที: การเกิดของฮีโร่และการทำงานเป็นทีม

และแล้วความพยายามก็ให้ผลในนาทีที่ 85 ประตูตีเสมอของ ชินเงิน ภูโทนยง ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มันคือผลลัพธ์ของความอดทนและการทำงานตามแผน รายงานระบุว่าประตูนี้มาจากการช่วยของ T. Phochai ซึ่งบ่งบอกถึงการเล่นแบบทีมเวิร์คที่สวยงาม

ลองจินตนาการดูสิครับ ในนาทีที่ 85 ของเกมที่ตามหลังมาเกือบตลอดทั้งเกม ความกดดันทั้งทางกายและใจมีมหาศาล การที่ผู้เล่นยังสามารถรักษาความเป็นระเบียบและสร้างโอกาสจากการเล่นรวมกันได้ นั่นคือสัญญาณของทีมที่มีวุฒิภาวะเกินอายุ

ประตูนี้ไม่ใช่แค่การทำให้สกอร์เท่ากัน แต่มันคือการยืนยันว่าการเล่นฟุตบอลแบบไทยที่เน้นความเร็วและความคล่องตัวยังคงได้ผลในระดับเอเชีย

กระแสความร้อนจากฝั่งอิรัก: เมื่อ 1 แต้มรู้สึกเหมือนแพ้

หนึ่งในแง่มุมที่น่าสนใจที่สุดหลังจบเกมคือปฏิกิริยาจากฝั่งอิรัก ซึ่งบอกเราเกี่ยวกับคุณค่าของผลงานทีมไทยมากกว่าตัวเลข 1 แต้มเสียอีก

แฟนบอลอิรักแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง หลังทีมของพวกเขาพลาดโอกาสเก็บ 3 แต้มเต็มจากไทย สำหรับทีมที่ตั้งเป้าเข้ารอบลึก การแบ่งแต้มกับไทยถูกมองว่าเป็นผลงานที่ยอมรับไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น มี รายงานข่าวลือร้อนแรงว่าสมาคมฟุตบอลอิรักอาจยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ FIFA เกี่ยวกับการตัดสินของกรรมการ โดยบางสำนักข่าวเปรียบเทียบผลการแข่งขันครั้งนี้ว่า “เหมือนฝันร้าย”

อย่างไรก็ตาม ในฐานะสื่อที่ยึดมั่นในความถูกต้อง เราต้องชี้แจงว่าขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก FIFA หรือ AFC เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว สิ่งที่เรามีคือรายงานและข่าวลือเท่านั้น

ในทางกลับกัน อีมัด โมฮัมเหม็ด กุนซืออิรัก ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ทีมชาติไทยมีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เคี้ยวได้ง่าย”ในปฏิกิริยาของกุนซืออิรัก นี่คือคำยอมรับที่พิสูจน์ว่าไทย U23 ไม่ใช่ทีมตัวประกอบอีกต่อไป

ตัวเลขหลังเกม: เรื่องราวที่สถิติบอก

เพื่อให้เห็นภาพความเหนือกว่าในเชิงสถิติของทัพช้างศึกในเกมนี้ เรามาดูการเปรียบเทียบตัวเลขสำคัญหลังจบเกมกันครับ:

หัวข้อสถิติทีมชาติไทย U23ทีมชาติอิรัก U23
ผลการแข่งขัน11
โอกาสยิงทั้งหมด1710
ประตูจากโอเพ่นเพลย์10
ประตูจากจุดโทษ01
ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2

สถิติโอกาสยิง 17 ต่อ 10 ครั้ง สนับสนุนข้อโต้แย้งว่าทีมไทยเล่นได้ดียิ่งขึ้นหลังปรับตัว และไม่ได้มาเพื่อตั้งรับเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเปิดเกมสู้เพื่อทวงประตูคืนอย่างมีระบบ

บทสรุปและเส้นทางสู่รอบ 8 ทีม

เมื่อควบรวมทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน เกมนี้สอนบทเรียนหลายอย่างสำหรับอนาคตของฟุตบอลไทย

  • สำหรับทีม U23: พวกเขาได้เรียนรู้ที่จะยืนหยัดภายใต้ความกดดันสูง และเรียนรู้ว่าความผิดพลาดในนาทีแรกๆ ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจบลง
  • สำหรับโค้ชธวัชชัยและสตาฟฟ์: นี่คือบทพิสูจน์ความสามารถในการอ่านเกมและปรับแผนกลางคัน
  • สำหรับแฟนบอลไทย: นี่คือเกมที่ควรปลุกความหวังและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะเป้าหมายการเข้าถึงรอบ 8 ทีมยังอยู่ในมือเรา

มองไปข้างหน้า: ศึกตัดสินกับจีน และการเดินทางที่ยังไม่จบ

ตอนนี้สายตาทุกคู่หันไปที่ นัดตัดสินกับทีมชาติจีน U23 ซึ่งโค้ชวังยอมรับว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่รูปร่างสูงใหญ่ แต่เขาก็แสดงความมั่นใจในสปิริตของทีม เกมกับอิรักเป็นบทเรียนที่สมบูรณ์แบบ เราเรียนรู้ที่จะรับมือกับทีมที่เน้นกายภาพ และเรียนรู้ว่าเราสามารถสร้างโอกาสได้มากมายหากกล้าที่จะเล่นตามสไตล์ตัวเอง

ก่อนจากกัน อย่าลืมทำความรู้จักกับเหล่าขุนพลช้างศึกให้มากขึ้นในบทความ: “รายชื่อผู้เล่นทีมชาติไทย U23 2026: ข้อมูลครบ 23 คนพร้อมตำแหน่งและสถิติ” เพื่อเพิ่มอรรถรสในการเชียร์นัดตัดสินที่กำลังจะมาถึง

คุณคิดว่าปัจจัยใดสำคัญที่สุดที่ทำให้ไทย U23 ตีเสมออิรักได้? ร่วมคอมเมนต์พูดคุยกันได้เลยครับ เพราะทุกก้าวของพวกเขาคือประวัติศาสตร์หน้าใหม่ และเราจะอยู่เคียงข้างเพื่อบันทึกทุกจังหวะหัวใจของฟุตบอลไทยที่นี่


เกี่ยวกับผู้เขียน: 猜亚·颂巴山 (Chaiya Sombatsan) อดีตนักข่าวภาคสนามที่คลุกคลีกับวงการลูกหนังไทยมานานกว่า 10 ปี ติดตามทีมชาติไทยไปทุกสมรภูมิทั้งในและต่างประเทศ มุ่งมั่นนำเสนอวิเคราะห์เจาะลึกที่แม่นยำและเข้าถึงอารมณ์แฟนบอลไทยตัวจริง

ขอบคุณข้อมูลจาก: SofaScore, AFC, Siamsport, Ballthaiตามรายงานสถิติ, WorldFootball.net, Soccerwayตามรายงานการแข่งขัน, และแหล่งข่าวอื่นๆ ที่อ้างอิงเพื่อความถูกต้องสมบูรณ์ของบทความ

Trần Thị Thu Hà

Nhà nghiên cứu lịch sử bóng đá Việt Nam, đam mê phục dựng và chia sẻ những câu chuyện về các huyền thoại, đội bóng và sự kiện quan trọng đã làm nên bản sắc bóng đá nước nhà.

สารบัญในหน้านี้

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest

บทความล่าสุด