ประวัติและสถิติทีมชาติไทย U23 ย้อนหลัง 5 ปี พร้อมผลงานเด่น

3 กุมภาพันธ์ 2026

นักฟุตบอลดาวรุ่งของทีมชาติไทย U23 กำลังแสดงทักษะการเลี้ยงบอลในสนาม

นักฟุตบอลทีมชาติไทย U23 กำลังเฉลิมฉลองในสนามแข่งขัน

เจาะลึกทีมชาติไทย U23 ล่าสุด: สถิติ 5 ปี และขุมกำลังม้านอกสายตาชุดชิงแชมป์เอเชีย 2026 | ฟุตบอลไทย

สรุปสถานการณ์ล่าสุด (Quick Update):
รายการ: ชิงแชมป์เอเชีย U23 ปี 2026
สถานะทีม: แม้จะขาดตัวหลักไปถึง 8 รายจากปัญหาการปล่อยตัว แต่ได้ขุมกำลังที่มีชั่วโมงบินในไทยลีกรวมกันสูงที่สุดในรอบ 5 ปีมาทดแทน
คีย์แมนสำคัญ: คคนะ คำยก (เมืองทอง) และ ธนกฤต โชติเมืองปัก (บุรีรัมย์)
เป้าหมาย: ทะลุเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเพื่อรักษามาตรฐานเดิม

เพิ่งสิ้นเสียงนกหวีดที่อิรัก… บรรยากาศของฟุตบอลทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี (U23) กลับมาคุกรุ่นอีกครั้งในช่วงต้นปี 2026 นี้ ทัพ “ช้างศึกพลังหนุ่ม” กำลังเผชิญกับบทพิสูจน์ครั้งสำคัญในรายการชิงแชมป์เอเชีย ซึ่งเปรียบเสมือนบันไดขั้นสุดท้ายก่อนก้าวสู่ทีมชาติชุดใหญ่ แม้กูรูหลายสำนักจะมองว่าทีมชุดนี้คือ “ชุดรอง” หรือม้านอกสายตาจากปัญหาตัวหลักขาดหายไปถึง 8 ราย แต่หากเจาะลึกไปที่สถิติและหัวใจของนักเตะ 23 คนล่าสุด เราจะพบว่านี่คือกลุ่มผู้เล่นที่มี “ชั่วโมงบิน” ในไทยลีกสูงที่สุดรอบ 5 ปี และพร้อมจะสร้างเซอร์ไพรส์ให้แฟนบอลชาวไทยได้ภาคภูมิใจอีกครั้ง

ย้อนรอย 5 ปีแห่งบทเรียน: จากความรุ่งโรจน์ 2020 สู่การเปลี่ยนผ่าน 2026
เส้นทางของทีมชาติไทย U23 ในรอบครึ่งทศวรรษที่ผ่านมาเปรียบเสมือนรถไฟเหาะที่มีทั้งจุดสูงสุดและช่วงที่ต้องถอนหายใจยาวๆ หากเรามองย้อนกลับไปจุดเปลี่ยนสำคัญเริ่มต้นในปี 2020 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพชิงแชมป์เอเชีย U23 ซึ่งครั้งนั้นเราสามารถทะลุเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการฟุตบอลเยาวชนไทย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2021-2025 ทีม U23 ประสบกับปัญหาความไม่ต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการปล่อยตัวนักเตะจากสโมสรและการบริหารจัดการที่ทำให้เรามักจะตกไปอยู่ในโถ 3 หรือโถ 4 ในการจับสลาก ส่งผลให้ต้องเจอกับ “Group of Death” หรือสายแข็งอยู่บ่อยครั้ง เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งร่วมภูมิภาคอย่างเวียดนามที่มีการวางแผนระยะยาวจนได้อยู่ในโถที่สูงกว่า ประเด็นนี้กลายเป็น “แผลกดทับ” ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากแฟนบอลในโลกโซเชียล

บทเรียนจาก 5 ปีที่ผ่านมาสอนให้เรารู้ว่า การมีนักเตะพรสวรรค์เพียงอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องอาศัย “โครงสร้าง” และ “โอกาส” ในการลงสนามที่ต่อเนื่อง ซึ่งทีมชุดปี 2026 กำลังพยายามลบคำสบประมาทเหล่านั้นด้วยผลงานในสนามที่เน้นประสิทธิภาพมากกว่าชื่อเสียง

เจาะลึกขุมกำลังม้านอกสายตา: 23 ขุนพลชุดชิงแชมป์เอเชีย 2026
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่านี่คือชุด “B+” แต่สถิติส่วนตัวของเหล่านักเตะกลับบ่งบอกเรื่องราวที่ต่างออกไป ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชได้ทำการคัดเลือกนักเตะที่ “พร้อมที่สุด” และมีแมตช์ฟิตจากไทยลีกทุกระดับ ตั้งแต่ลีกสูงสุดไปจนถึงลีกรากแก้วอย่างไทยลีก 3

รายชื่อนักเตะที่น่าจับตามองตามตำแหน่ง

ตำแหน่งผู้เล่นตัวหลักที่น่าจับตาสโมสรต้นสังกัด
ผู้รักษาประตูชมพัฒน์ บุญเลิศพัทยา ยูไนเต็ด
กองหลังชนภัช บัวพันธ์ / วาริส ชูทองบีจี ปทุม ยูไนเต็ด
กองกลางคคนะ คำยก / ธนกฤต โชติเมืองปักเมืองทอง / บุรีรัมย์
กองหน้ายศกร บูรพา / ธนาวุฒิ โพธิ์ชัยHougang United / หนองบัว

ความน่าสนใจของทีมชุดนี้คือการมีชื่อของ ชวัลวิทย์ แซ่เล้า จากพราม แบงค็อก ในไทยลีก 3 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าระบบการเฟ้นหานักเตะเริ่มกระจายตัวไปยังลีกล่างมากขึ้น ลีกรากแก้วเหล่านี้คือแหล่งบ่มเพาะชั้นดีที่มอบโอกาสให้ดาวรุ่งได้สัมผัสเกมระดับอาชีพตั้งแต่อายุยังน้อย

“Big 3” แห่งยุค: หัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนช้างศึก U23
หากจะถามว่าใครคือความหวังที่จะพาทีมไทยไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเหมือนปี 2020 เราต้องโฟกัสไปที่ 3 แข้งหลักที่มีสถิติร้อนแรงที่สุดในขณะนี้:

คคนะ คำยก (เจ้าหนูมหัศจรรย์จากกิเลนผยอง)
คคนะ หรือ “C4” เจ้าของรางวัล Young Player of the Year ฤดูกาลล่าสุด คือหัวใจในเกมรุกอย่างแท้จริง ด้วยสถิติลงสนาม 43 นัด ยิงไป 12 ประตู และทำอีก 8 แอสซิสต์ให้กับเมืองทอง ยูไนเต็ด ความเฉียบขาดของเขาพิสูจน์มาแล้วในรอบคัดเลือกที่เหมาคนเดียว 2 ประตูพาทีมชนะมาเลเซีย 2-1 การเคลื่อนที่ของเขาเปรียบเสมือนเงาที่กองหลังฝ่ายตรงข้ามจับทางได้ยาก

ธนกฤต โชติเมืองปัก (จอมทัพสายเลือดใหม่บุรีรัมย์)
สถิติจากเกมที่บุรีรัมย์ถล่มเชียงราย 8-1 เป็นเครื่องยืนยันคุณภาพของธนกฤตได้ดีที่สุด เขาลงเล่น 90 นาทีเต็ม สัมผัสบอลไปถึง 63 ครั้ง และมีอัตราการชนะในการดวลตัวต่อตัวบนพื้นสูงถึง 6 ใน 9 ครั้ง ความสามารถในการเก็บบอลและจ่ายบอลที่แม่นยำคือสิ่งที่ทีมชาติไทย U23 ชุดนี้ต้องการเพื่อคุมจังหวะเกมกลางสนาม

ยศกร บูรพา (ประสบการณ์จากต่างแดน)
การย้ายไปค้าแข้งกับ Hougang United ในสิงคโปร์ ช่วยยกระดับ “กระดูกบอล” ของยศกรให้แข็งแกร่งขึ้น การได้ออกไปเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างและแรงกดดันในฐานะนักเตะต่างชาติ ทำให้เขามีความนิ่งมากขึ้นเมื่อต้องจบสกอร์ในระดับนานาชาติ

วิเคราะห์จุดแข็งและ “แผลเก่า” ของระบบฟุตบอลเยาวชนไทย
จากการติดตามข่าวสารและกระแสจากแฟนบอลใน Pantip เราสามารถสรุปข้อเปรียบเทียบระหว่างความกังวลกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับทีมชุดนี้ได้ดังนี้:

สิ่งที่แฟนบอลกังวลข้อเท็จจริง / จุดแข็งที่มาทดแทน
ขาดตัวหลัก 8 ราย (ชุด B+)นักเตะที่มาแทนมี “แมตช์ฟิต” สูง เพราะลงเล่นต่อเนื่องในไทยลีก
โควตาต่างชาติเบียดที่ว่างเด็กไทยระบบเริ่มกระจายไปสู่ T2 และ T3 ทำให้มีเพชรในตมอย่าง ชวัลวิทย์ แซ่เล้า
จังหวะเกม (Match Rhythm)นักเตะชุดนี้เกือบทั้งหมดเป็นตัวหลักในสโมสร ไม่ใช่ตัวสำรอง
อดทนการขาดหายไปของโค้ชระดับไอคอนการเน้นแทกติกที่รัดกุมและทีมเวิร์ก ช่วยลดความกดดันรายบุคคล

นอกจากนี้ แฟนบอลยังให้ความสำคัญกับการยกระดับโค้ช โดยมองไปที่ยุคทองของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่มีสถิติรับใช้ชาติ 134 นัด ซึ่งเคยสร้างมาตรฐานความฟิตไว้สูงมาก ปัจจุบันมีความพยายามที่จะนำแนวคิดใหม่ๆ มาใช้เพื่อทิ้งตำราเก่าแบบเดิมๆ อย่างไรก็ตาม จุดแข็งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ “ความรักชาติและสปิริตทีม” แม้จะเป็นทีมชุดรอง แต่ความกดดันที่น้อยลงอาจกลายเป็นข้อดีที่ทำให้นักเตะโชว์ฟอร์มได้อย่างอิสระและเต็มศักยภาพ

อนาคตและก้าวต่อไป: ภารกิจพิสูจน์ศักดิ์ศรี
การแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย 2026 ไม่ใช่แค่เรื่องของผลแพ้ชนะใน 90 นาที แต่มันคือการประกาศว่าระบบฟุตบอลไทยยังคงผลิตนักเตะคุณภาพออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในยามที่ขาดตัวหลัก กุญแจสำคัญอยู่ที่ “ความเชื่อมั่น” ของแฟนบอลที่จะเป็นลมใต้ปีกให้กับน้องๆ ชุดนี้

การชนะใจแฟนบอลสำคัญไม่แพ้การชนะในเกม หากพวกเขาสามารถแสดง “ลูกฮึด” และแทกติกที่รัดกุมเหมือนนัดที่ปะทะกับอิรัก ผมเชื่อว่าเกรด B+ ที่แฟนบอลมอบให้ อาจจะกลายเป็น A ในตอนท้ายทัวร์นาเมนต์ก็ได้

“纵观整场泰国ลีก” (ตลอดทั้งไทยลีก)… เราเห็นพัฒนาการที่จับต้องได้ของเยาวชนชุดนี้ และนี่คือโอกาสทองที่พวกเขาจะเปลี่ยนเสียงวิจารณ์ให้เป็นเสียงเชียร์ “国家队主帅面临甜蜜的烦恼” (เฮดโค้ชทีมชาติกำลังเจอกับความปวดหัวที่แสนหวาน) ในการเลือกผู้เล่นที่ดีที่สุดในอนาคตอย่างแน่นอน

ร่วมส่งใจเชียร์ทัพช้างศึก U23 ไปพร้อมกัน!
[คลิกที่นี่เพื่อดูตารางคะแนนและโปรแกรมการแข่งขันทั้งหมด >>]

คุณคิดว่าใครควรเป็น 11 ตัวจริงในนัดถัดไป? คอมเมนต์แลกเปลี่ยนทัศนะกันได้ที่ด้านล่างนี้ครับ!

*เกี่ยวกับผู้เขียน: ไชยยศ สมบัติสาน (Chaiya Sombatsan) เป็นอดีตผู้สื่อข่าวฟุตบอลไทยที่ติดตามทำข่าวทีมชาติไทยทั้งในศึกอาเซียนคัพและเอเชียนคัพ ด้วยประสบการณ์ภาคสนามในไทยลีกกว่า 10 ปี ปัจจุบันเขามุ่งมั่นที่จะนำเสนอข้อมูลฟุตบอลไทยที่รวดเร็วและลึกซึ้งที่สุดให้กับแฟนบอลชาวไทย


References:

Trần Thị Thu Hà

Nhà nghiên cứu lịch sử bóng đá Việt Nam, đam mê phục dựng và chia sẻ những câu chuyện về các huyền thoại, đội bóng và sự kiện quan trọng đã làm nên bản sắc bóng đá nước nhà.

สารบัญในหน้านี้

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest

บทความล่าสุด