คาดการณ์โปรแกรมทีมชาติไทย 2026: ชุดใหญ่และ U23 กับเส้นทางสู่การแข่งขันสำคัญ

24 มกราคม 2026

คาดการณ์โปรแกรมทีมชาติไทย 2026: ชุดใหญ่และ U23 กับเส้นทางสู่การแข่งขันสำคัญ | ไทยฟุตบอลส์

A dynamic header image visualizing the dual challenges for the Thai national team (senior and U23) in 2026, with key tournaments highlighted.

Author Name: 猜亚·颂巴山 (Chaiya Sombatsan)

โปรแกรม U23 Asian Cup 2026 รอบแบ่งกลุ่ม (อย่างเป็นทางการ):
• 8 ม.ค. 69: ไทย พบ ออสเตรเลีย (18.30 น.)
• 11 ม.ค. 69: ไทย พบ อิรัก (21.00 น.)
• 14 ม.ค. 69: ไทย พบ จีน (18.30 น.)
(ทั้งหมดแข่งที่กาตาร์) เป้าหมาย: เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย


สำหรับแฟนบอลไทยแล้ว คำถามที่มักจะตามมาหลังจบเกมใหญ่คือ “แล้วต่อไปทีมชาติจะแข่งอะไร?” ปี 2026 กำลังจะเป็นปีพิเศษที่เราจะได้เห็น “ช้างศึก” ชุดใหญ่ และ “ช้างศึก U23” ออกสู้ศึกสำคัญพร้อมกันในระดับทวีปและภูมิภาค นี่ไม่ใช่แค่ปีที่มีการแข่งขัน แต่คือปีแห่งการทดสอบความลึกของขุมกำลังและวิสัยทัศน์การวางแผนของฟุตบอลไทยในระยะยาว

ในฐานะผู้สื่อข่าวที่ติดตามข่าวสารจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย (ฟีฟ่า เดย์) และการแถลงข่าวของโค้ชมาอย่างต่อเนื่อง วันนี้ผมจะไม่เพียงแค่รวบรวมโปรแกรมที่ประกาศแล้ว แต่จะใช้ข้อมูลเชิงลึกและรูปแบบการทำงานของทีมชาติในอดีต มา “วาดแผนที่การเดินทัพ” ที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับปี 2026 ให้ทุกท่านได้เห็นภาพชัดเจน ตั้งแต่การเปิดตัวในศึกเอเชียของดาวรุ่ง ไปจนถึงภารกิจปกป้องบัลลังก์แห่งอาเซียนของทีมชุดใหญ่


ส่วนที่ 1: ศึกที่รออยู่ – โปรแกรมที่ประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว

ก่อนจะไปถึงการคาดการณ์ เรามาเริ่มจากสิ่งที่มั่นใจได้ 100% จากการประกาศของสมาคมฯ และองค์กรจัดการแข่งขัน

AFC U23 Asian Cup 2026 รอบแบ่งกลุ่ม (มกราคม 2569) – บททดสอบแรกของปี

Conceptual image representing the intense group stage battles awaiting the Thai U23 team at the 2026 AFC U23 Asian Cup in Qatar.

นี่คือเวทีระดับทวีปที่ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ต้องพิสูจน์ตัวเองหลังจากผ่านรอบคัดเลือกมาได้อย่างสวยงาม โดยเป็นแชมป์กลุ่มเอฟ ที่ปทุมธานี[^11] โค้ชวัง (ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล) และกัปตันพิชิตชัย เศียรกระโทก ได้ย้ำถึงความพร้อมและความท้าทายด้านสภาพอากาศก่อนการแข่งขัน[^6]

โปรแกรมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ มีดังนี้[^6]:

  • นัดที่ 1 (8 ม.ค. 2569): ไทย พบ ออสเตรเลีย – เวลา 18.30 น. ไทย (สนาม อัล ชะบ๊าบ คลับ สเตเดียม)
  • นัดที่ 2 (11 ม.ค. 2569): ไทย พบ อิรัก – เวลา 21.00 น. ไทย (สนาม ปรินซ์ ไฟซอล บิน ฟาฮัด สปอร์ตส์ ซิตี้ สเตเดียม)
  • นัดที่ 3 (14 ม.ค. 2569): ไทย พบ จีน – เวลา 18.30 น. ไทย (สนาม อัล ชะบ๊าบ คลับ สเตเดียม)

ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์: แม้ทัวร์นาเมนต์นี้จะไม่ตัดสินโควต้าโอลิมปิก 2028 โดยตรง แต่ผลงานจะส่งผลต่อ “การจัดโถ” ในรอบคัดเลือก AFC U23 Asian Cup 2028 ซึ่งจะเป็นเส้นทางสู่ลอสแองเจลิส โค้ชวังตั้งเป้าหมายชัดเจนว่า “เป้าหมายของเราในเบื้องต้นเราต้องการเข้าไปในรอบ 8 ทีมสุดท้ายให้ได้” การได้พบกับทีมแข็งแกร่งอย่างออสเตรเลียและอิรักตั้งแต่รอบกลุ่มคือบททดสอบที่แท้จริงของความมุ่งมั่นนี้

AFF ASEAN Hyundai Cup 2026 (กรกฎาคม-สิงหาคม 2569) – ภารกิจพิทักษ์แชมป์

Atmospheric image depicting the challenge of defending the AFF Cup title in the hot summer of 2026, with a focus on home crowd support.

ศึกใหญ่ประจำภูมิภาคที่แฟนบอลไทยรอคอย ครั้งนี้มีจุดเปลี่ยนสำคัญคือการย้ายมาจัดใน ช่วงฤดูร้อน (ก.ค.-ส.ค.) เป็นครั้งแรก เพื่อฉลองครบรอบ 30 ปีทัวร์นาเมนต์[^14] ซึ่งหมายถึงสภาพอากาศและจังหวะเวลาที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

ไทยอยู่ใน กลุ่มบี พบกับคู่ปรับเก่าอย่างมาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ที่กำลังมาแรง, เมียนมาร์ และลาว[^10] โค้ชแอนโธนี ฮัดสัน แสดงความมั่นใจหลังการจับสลากว่า “เราพอใจกับกลุ่มที่ได้… ทุกเกมจะซับซ้อนและยาก แต่ถ้าให้เราเลือกกลุ่ม นี่คือกลุ่มที่เราอยากได้”[^10]

โปรแกรมการแข่งขันของทีมชาติไทย (รอบกลุ่ม) มีดังนี้:

  • 25 กรกฎาคม 2569: เยือน สปป.ลาว (Away)
  • 1 สิงหาคม 2569: เจอ มาเลเซีย (Home)
  • 4 สิงหาคม 2569: เยือน ฟิลิปปินส์ (Away)
  • 8 สิงหาคม 2569: เจอ เมียนมาร์ (Home)

(หมายเหตุ: รอบรองชนะเลิศจะแข่งสองนัดในวันที่ 15 และ 19 สิงหาคม ส่วนรอบชิงชนะเลิศวันที่ 22 และ 26 สิงหาคม 2569)


ส่วนที่ 2: การคาดการณ์และภาพรวมปี 2026 – ต่อจิ๊กซอว์ให้สมบูรณ์

หลังจากโปรแกรมหลักแล้ว ยังมีช่องว่างในปฏิทินที่ทีมชาติมักจะใช้เพื่อการเตรียมความพร้อม การคาดการณ์ต่อไปนี้ไม่ได้มาจากการเดา แต่มาจาก “รูปแบบ” ที่ชัดเจนของสมาคมฯ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

1. ปฏิทินฟีฟ่า 2026 และช่องว่างสำหรับเกมอุ่นเครื่อง

จากปฏิทินฟีฟ่า[^12] และรูปแบบการทำงานของทีมชาติไทย เราสามารถคาดการณ์กิจกรรมหลักได้ดังนี้:

  • มีนาคม 2569 (ฟีฟ่า เดย์): มีความเป็นสูงมากที่ทีมชาติชุดใหญ่จะใช้เวลานี้เพื่อ “อุ่นเครื่องและทดสอบระบบ” ก่อนศึก AFF Cup ในช่วงซัมเมอร์ โดยอาจจัดเกมกระชับมิตร 1-2 นัดที่ไทย หรืออาจเป็นคัมแบ็กแมตช์ในลักษณะเดียวกับที่เคยทำเมื่อมีนาคม 2568[^5] คาดการณ์ว่า คู่แข่งน่าจะเป็นทีมจากเอเชียตะวันตกหรือเอเชียกลาง ที่มีสไตล์การเล่นแข็งแกร่งด้านกายภาพ เพื่อจำลองบรรยากาศการเผชิญหน้าในรอบตัดเชือกของ AFF Cup

  • มิถุนายน 2569 (ฟีฟ่า เดย์ ก่อน AFF Cup): นี่คือ “หน้าต่างสุดท้าย” ก่อนเปิดศึก AFF Cup ในเดือนกรกฎาคม[^12] การเรียกตัวนักเตะมาควบรวมกองทัพในช่วงนี้ถือเป็นเรื่องจำเป็น เราอาจเห็น “แคมป์ฝึกซ้อมระยะสั้น” พร้อมกับ “เกมอุ่นเครื่องครั้งสุดท้าย” 1 นัด (มักเป็นเกมเหย้า) เพื่อลับความคมและตัดสินผู้เล่นชุดสุดท้าย ก่อนเดินทางไปทำศึกเยือนลาวในนัดเปิดสนาม รูปแบบนี้สอดคล้องกับการเตรียมทีมก่อนศึกใหญ่ในอดีต[^4]

  • กันยายน 2569 เป็นต้นไป (หลัง AFF Cup): เมื่อศึก AFF Cup จบลงในปลายเดือนสิงหาคม โฟกัสจะเปลี่ยนไปที่ “การวางรากฐานสำหรับอนาคต” อาจมีการเรียกตัวทีมชาติชุดใหญ่เพื่อเล่นในเกมที่เป็นส่วนหนึ่งของการคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 (หากยังไม่จบ) หรือไม่ก็เป็นการทดลองผู้เล่นหน้าใหม่ ในส่วนของทีม U23 หลังจากพักฟื้นร่างกายและสรุปบทเรียนจาก U23 Asian Cup แล้ว โค้ชวังซึ่งได้รับการต่อสัญญาจนถึงเอเชียนเกมส์ 2026[^7] ก็จะเริ่มกระบวนการคัดเลือกและสร้างทีมสำหรับรอบคัดเลือกทัวร์นาเมนต์ต่อไป

2. ปฏิสัมพันธ์ระหว่างทีมชุดใหญ่และ U23: ศิลปะแห่งการบริหารผู้เล่น

นี่คือความท้าทายที่ซ่อนอยู่สำหรับปี 2026 นักเตะดาวรุ่งหลายคนจากทีม U23 ที่จะไปแข่งในเดือนมกราคม (เช่น ผู้เล่นที่เกิด พ.ศ. 2546 หรือหลังจากนั้น) มีศักยภาพที่จะถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่สำหรับ AFF Cup ในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมได้

การประสานงานระหว่าง โค้ชอิชิอิ (ทีมชุดใหญ่) และ โค้ชวัง (ทีม U23) จะเป็นกุญแจสำคัญ ต้องมีการจัดการเรื่องความเหนื่อยล้าจากการแข่งขันที่หนาแน่น โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าฤดูกาลไทยลีก 2025/26 จะเริ่มตั้งแต่กลางสิงหาคม 2568 และจบในปลายพฤษภาคม 2569[^9] ซึ่งหมายความว่าผู้เล่นเหล่านี้จะแข่งขันอย่างต่อเนื่องเกือบตลอดทั้งปี


ส่วนที่ 3: บทวิเคราะห์เชิงลึก – ความท้าทายที่ซ่อนอยู่ในปฏิทิน

เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด ความท้าทายหลักของปี 2026 ไม่ได้อยู่ที่คู่แข่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่ “ปัจจัยแวดล้อม” ที่เปลี่ยนไป

  1. การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและเวลา: AFF Cup ที่จัดในหน้าร้อน[^14] จะทดสอบความฟิตของนักเตะในรูปแบบใหม่ ทั้งความชื้นและอุณหภูมิที่แตกต่างจากการแข่งช่วงปลายปี อาจส่งผลต่อจังหวะการเล่นและความสามารถในการรักษาพลังงานตลอด 90 นาที
  2. การจัดการความเหนื่อยล้าของนักเตะ: จาก U23 Asian Cup (ม.ค.) กลับมาเล่นไทยลีกต่อ แล้วต้องไปเก็บตัวและแข่ง AFF Cup (ก.ค.-ส.ค.) ก่อนจะกลับไปเล่นลีกต่ออีกครั้ง[^9] เป็นวัฏจักรที่หนักหน่วง การทำงานร่วมกันระหว่างสโมสรและทีมชาติเพื่อดูแลสภาพร่างกายและจิตใจของผู้เล่นจึงสำคัญยิ่ง
  3. การเตรียมตัวของนักเตะต่างแดน: การที่ AFF Cup จัดในช่วงใกล้กับช่วงปรี-ซีซั่นของลีกยุโรป อาจทำให้การเรียกตัวและสภาพความพร้อมของนักเตะไทยในลีกต่างประเทศมีความซับซ้อนมากขึ้น ต้องมีการวางแผนการเรียกตัวและติดต่อกับสโมสรล่วงหน้าอย่างดี

สรุป: 2026 ปีแห่งการพิสูจน์ศักยภาพที่แท้จริง

ปี 2026 จะเป็นปีที่ตอบคำถามหลายข้อของฟุตบอลไทย: ทีม U23 ของเราสามารถยืนอยู่บนเวทีเอเชียได้แค่ไหน? และทีมชุดใหญ่ของเรายังคงเป็นจ้าวแห่งอาเซียนได้หรือไม่ภายใต้กฎกติกาและสภาพแวดล้อมใหม่?

เส้นทางข้างหน้าชัดเจนและท้าทาย เริ่มต้นด้วยการเผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่ในดินแดนตะวันออกกลางของทีม U23 ตามด้วยภารกิจป้องกันแชมป์ในบ้านของตัวเองในฤดูร้อนของทีมชุดใหญ่

สำหรับแฟนบอลทุกท่าน บทความนี้คือแผนที่นำทางเริ่มต้น โปรดเก็บไว้เป็นคู่มือติดตามความเคลื่อนไหวของทีมชาติตลอดทั้งปี และ “ไทยฟุตบอลส์” ของเราจะยังคงทำหน้าที่รายงานข่าวสารอย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์战术อย่างลึกซึ้งหลังจบทุกเกมใหญ่ เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสถึงทุกการเต้นของหัวใจฟุตบอลไทยไปด้วยกัน


About the Author: 猜亚·颂巴山 (Chaiya Sombatsan) is a sports journalist who has followed the Thai national team to the ASEAN Football Championship and Asian Cup, with ten years of experience in live reporting from the Thai football league. He now focuses on providing Thai fans with the fastest and most in-depth local football content.

ติดตามข่าวสารล่าสุดและบทวิเคราะห์ทุกการแข่งขันของทีมชาติไทยได้ที่ ไทยฟุตบอลส์ – แหล่งข้อมูลฟุตบอลไทยที่ครบถ้วนและเชื่อถือได้[^1]

ภากร กิจเจริญ

นักประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย ผู้หลงใหลในการรวบรวมเรื่องราว เหตุการณ์สำคัญ และตำนานลูกหนังไทยในอดีต เพื่อถ่ายทอดให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และภาคภูมิใจ

สารบัญในหน้านี้

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest

บทความล่าสุด