ไทยลีก 1-2 ฤดูกาล 2567-68: วิเคราะห์ครึ่งทางและพยากรณ์อันดับสุดท้าย โดย 猜亚·颂巴山 | ไทยฟุตบอล

บทนำ: ครึ่งทางที่สั่นสะเทือน และการคาดคะเนที่ต้องอาศัยมากกว่าแค่ตัวเลข
เสียงนกหวีดหมดเวลาพึ่งจะดังขึ้นจากสนามต่างๆ ในไทยลีก 1 หลังจบสัปดาห์ที่ 17 ภาพของตารางคะแนนที่สั่นคลอนก็ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะข่าวจาก ไทยรัฐ ที่รายงานว่า สโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง ‘เมืองทอง ยูไนเต็ด’ ตกไปอยู่ในโซนตกชั้นแล้ว[^6] นี่คือสัญญาณที่บอกเราว่า ฤดูกาล 2567-68 นี้ เรื่องราวยังอีกยาวไกล
สรุปสถานการณ์ครึ่งทาง ไทยลีก 2567-68 ใน 1 นาที:
• ไทยลีก 1: บุรีรัมย์นำห่าง 12 แต้ม ดูเหมือนการชิงแชมป์จะใกล้สิ้นสุด แต่สงครามที่ดุเดือดกว่าอยู่ที่โซนตกชั้น โดยเฉพาะชะตากรรมของ เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่กำลังดิ้นรนสุดชีวิต
• ไทยลีก 2: การแข่งเลื่อนชั้นดุเดือดระหว่างอยุธยา, แพร่ และชลบุรี โดย “ความยากของตารางนัดที่เหลือ” จะเป็นตัวตัดสิน ในขณะที่ทีมเยือนแย่อย่างชัยนาทและตราดกำลังเสี่ยงตกชั้นหนัก
• ปัจจัยชี้ขาดครึ่งทางหลัง: ความหิวกระหายของบุรีรัมย์ที่จะปิดเกม, จิตวิญญาณการต่อสู้ที่มองไม่เห็นของเมืองทอง, และความสามารถในการเก็บแต้มนอกบ้านของทีมไทยลีก 2
ครึ่งทางของลีกสูงสุดและลีกระดับสองได้ผ่านพ้นไปแล้ว คำถามใหญ่ก็คือ: การแข่งขันแชมป์ในไทยลีก 1 ดูเหมือนจะจบลงแล้วจริงหรือ? การดิ้นรนเพื่อเลื่อนชั้นและหนีตกชั้นในไทยลีก 2 จะดุเดือดเพียงใด? ในฐานะผู้สื่อข่าวที่ตามเชียร์ทีมชาติและรายงานข่าวไทยลีกมาทุกสนามกว่า 10 ปี ผมเชื่อเสมอว่า “ทุกจังหวะการเต้นของหัวใจฟุตบอลไทย ควรได้รับการบันทึกและถ่ายทอดด้วยความจริงใจ” [^1] ดังนั้น การคาดคะเนอันดับในบทความนี้จะไม่ใช่การเรียงลำดับทีมจากความรู้สึก แต่จะเป็นการวิเคราะห์ต่อยอดจาก ข้อมูลสถิติกึ่งฤดูกาล, การสังเกตการณ์ในสนามโดยตรง, และพลวัตของแต่ละสโมสร ณ วันที่ 25 มกราคม 2569 นี้
เราจะไม่เพียงดูว่า “ใครจะได้ที่หนึ่ง” แต่จะเจาะลึกไปถึง “ทำไม” และ “ปัจจัยใด” ที่จะกำหนดชะตากรรมของทุกทีมในครึ่งทางหลัง
ส่วนที่ 1: ไทยลีก 1 – การครองราชย์ที่มั่นคง กับเกมเอาชีวิตรอด

1. การชิงแชมป์: ความได้เปรียบ 12 แต้มของบุรีรัมย์ คือจุดจบของ suspense จริงหรือ?
ต้องยอมรับความจริงข้อแรก: บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กำลังแสดงบทบาทของจ้าวลีกอย่างแท้จริง ด้วยการนำเป็นระยะทางถึง 12 แต้มในครึ่งทางแรก[^6] ผลสำรวจจาก KBU Sport Poll เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมายังชี้ว่า แฟนบอลถึง 87% มองว่าบุรีรัมย์คือทีมแชมป์แห่งฤดูกาลนี้[^4] ความสม่ำเสมอและความลึกของทีมคืออาวุธที่ทำให้พวกเขาเป็นทีมเต็งอันดับหนึ่งอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
แต่ฟุตบอลคือวงกลม และครึ่งทางหลังมักเต็มไปด้วยเรื่องไม่คาดคิด ความท้าทายหลักของบุรีรัมย์อาจไม่ใช่คู่แข่ง แต่คือ “ความพึงพอใจในตัวเอง” และภาระการแข่งขันในหลายรายการ ซึ่งอาจส่งผลต่อความสดของนักเตะ
แล้วใครล่ะ ที่พอจะมีแววท้าทาย? ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด และ การท่าเรือ เอฟซี ดูจะเป็นตัวเต็งอันดับรอง แต่ทั้งคู่ต้องตอบคำถามให้ได้ในเกมใหญ่ ต้องยอมรับว่า แฟนบอลใน Pantip ยังมีเสียงวิจารณ์ถึงสไตล์การเล่นบางทีมที่ดู “เชื่องช้า” หรือเป็น “ฟุตบอลแบบหลับใหล” (sleeping football) ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในการบุกถล่มคู่แข่งในเกมตัดสิน[^3] ในทางกลับกัน การที่แฟนบอลชื่นชมว่า “ลีกปีนี้เล่นเร็วขึ้น ดูกระชับและสนุกขึ้น” นั้น[^3] คือสูตรที่ทีมท้าชิงจำเป็นต้องมี หากอยากล้มยักษ์ได้
การคาดการณ์โซนแชมป์และเอเอฟซี:
- บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด – ยังเป็นทีมเต็งที่สุด ความลึกและความหิวกระหายจะเป็นกุญแจสำคัญ
- ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด – ต้องพิสูจน์ความสามารถในเกมเดอร์บี้และเกมตัดสิน
- การท่าเรือ เอฟซี – ความเร็วและความดุดันอาจสร้างเซอร์ไพรส์ได้ หากเล่นได้สมํ่าเสมอ
(หมายเหตุ: อันดับ 2-3 อาจสลับกันได้ ขึ้นอยู่กับผลงานในเกมที่เหลือโดยตรง)
2. กลุ่มกลางตาราง: ใครจะเป็น ‘ตัวแปร’ สำคัญ?
ทีมในโซนกลางตาราง เช่น บางกอกกล๊าส, เอสซีจี เมืองทอง (หากฟอร์มดีขึ้น), หรือโปลิศ เทโร จะมีบทบาทเป็น “ผู้พิพากษา” ที่ไม่ควรมองข้าม ทิศทางของพวกเขา—ว่าจะลุยเต็มที่หรือโรตейชั่นนักเตะ—จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งการชิงตำแหน่งในโซนเอเอฟซีและโซนตกชั้น
ทีมเหล่านี้มักมีเป้าหมายใน ช้าง เอฟเอ คัพ เป็นหลัก[^2] ซึ่งหมายความว่าเมื่อพวกเขาเผชิญหน้ากับทีมที่กำลังดิ้นรนหนีตกชั้นอย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด ความตั้งใจและความต้องการชนะ (Match Motivation) อาจกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญกว่าความสามารถในบางนัด
3. สงครามหนีตกชั้น: ความโหดร้ายที่อาจเหนือกว่าการชิงแชมป์
นี่คือโซนที่หัวใจเต้นแรงที่สุด และเรื่องราวของ เมืองทอง ยูไนเต็ด คือกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุด การที่สโมสรขนาดใหญ่ตกมาอยู่ในจุดนี้ได้ บ่งบอกถึงปัญหาที่ซับซ้อน ทั้งในแง่ของฟอร์มทีม, ความเชื่อมั่น, หรือแม้แต่การจัดการ
จากประสบการณ์ในสนาม ผมเห็นมาว่า สิ่งที่ทีมตกชั้นต้องการไม่ใช่แค่สตาร์ชื่อดัง แต่คือ “จิตวิญญาณการต่อสู้” ที่มองไม่เห็นในตารางคะแนน ภาพการเซฟจุดโทษของนักเตะรุ่นเยาว์, การวิ่งทั้งสนามเพื่อกดดันคู่ต่อสู้ในนาทีสุดท้าย—สิ่งเหล่านี้คือ “ทุน” ที่มีค่าสำหรับการเอาชีวิตรอด
การวิเคราะห์ต้องดูที่ “ตารางนัดที่เหลือ” โดยเฉพาะนัดที่พบกับคู่แข่งในโซนเดียวกัน ซึ่งคือ “เกม 6 แต้ม” โดยแท้ ทีมใดที่มีเกมแบบนี้ในบ้านมากกว่า และทีมใดที่ต้องเดินทางไปเล่นในสนามคู่แข่งบ่อยครั้ง ก็จะได้เปรียบหรือเสียเปรียบอย่างชัดเจน
การคาดการณ์โซนตกชั้น (ตัวอย่าง):
- ทีมที่ตกชั้นได้: มักจะเป็นทีมที่สะสมแต้มได้น้อยและมีตารางนัดที่เหลือที่ยากลำบาก
- ทีมที่รอดปาฏิหาริย์: มักจะเป็นทีมที่เริ่มแสดงสัญญาณฟอร์มดีขึ้น และมีเกมในบ้านกับคู่แข่งตรงหน้า
(การคาดคะเนที่แม่นยำจำเป็นต้องดูตารางนัดที่เหลือของทุกทีมโดยละเอียด)
ส่วนที่ 2: ไทยลีก 2 – การล่อใจของการเลื่อนชั้น กับนรกของการตกชั้น

เมื่อหันมามองลีกระดับสอง การแข่งขันก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน และที่นี่คือจุดเริ่มต้นของอนาคตฟุตบอลไทยหลายต่อหลายครั้ง
1. การแข่งขันเลื่อนชั้น: การ์ดไม่เคยหมดจนนาทีสุดท้าย
การวิเคราะห์จาก Siamsport ให้ข้อมูลที่ยอดเยี่ยมสำหรับการคาดการณ์ในส่วนนี้[^5] การชิงตำแหน่งเลื่อนชั้นขึ้นตรง (อันดับ 1-2) และโซนเพลย์ออฟ (อันดับ 3-6) ดุเดือดจนนาทีสุดท้าย
- อยุธยา ยูไนเต็ด (49 แต้ม): ผู้นำปัจจุบัน แต่เส้นทางข้างหน้า ยากลำบาก ต้องพบกับ แพร่ (เยือน), พังงา (เยือน) ซึ่งล้วนเป็นคู่แข่งในโซนบน[^5] ความเป็นจ้าวลีกของพวกเขาจะได้รับการทดสอบอย่างแท้จริง
- แพร่ ยูไนเต็ด (48 แต้ม): ตามติดแบบชิดขอบ แต่กำลังมี ฟอร์มตก และเผชิญกับ ตารางนัดที่เหลือที่โหดที่สุด ของลีก นัดเยือนเกษตรศาสตร์, จันทบุรี, พังงา และนัดสำคัญที่บ้านพบอยุธยา จะเป็นบททดสอบที่ตัดสินชะตา
- ชลบุรี เอฟซี (42 แต้ม): มีประสบการณ์แต่ขาดความสมํ่าเสมอ หากสามารถเก็บแต้มจากเกมในบ้านได้ตามแผน ก็ยังมีโอกาสทวงตำแหน่งเลื่อนชั้นตรงได้
- พังงา เอฟซี (40 แต้ม): เป็น ดาวดวงที่สดใสที่สุด ด้วยผลงาน 8 นัดไม่แพ้ติดต่อกัน แต่พวกเขาก็ต้องเผชิญกับ 5 นัดที่เหลือที่เจอแต่ทีมโซนบนทั้งหมด ความร้อนแรงของพวกเขาจะทนทานต่อความกดดันนี้ได้หรือไม่?
- ตัวแปรลับ: นครศรีฯ ยูไนเต็ด: ข้อมูลสำคัญคือทีมนี้ ลงเล่นน้อยกว่าคู่แข่ง 1 นัด และตามหลังโซนเพลย์ออฟเพียง 3 แต้ม นัดที่ยังลงเล่นน้อยอยู่อาจพลิกสมการทั้งหมดได้
การคาดการณ์โซนเลื่อนชั้น: การแข่งขันจะแน่นขนัดจนนาทีสุดท้ายระหว่างอยุธยา, แพร่, และชลบุรี โดย “ความยากของตารางนัดที่เหลือ” (Fixtures Toughness) จะเป็นตัวตัดสินสำคัญ ส่วนโซนเพลย์ออฟจะมีการแย่งชิงที่ดุเดือดไม่แพ้กัน
2. สงครามตกชั้น: ฝันร้ายของทีมเยือนย่ำแย่
ในไทยลีก 2 มีสถิติหนึ่งที่ชัดเจนและโหดร้าย: “ทีมที่เล่นนอกบ้านแย่มักจะตกชั้น” ข้อมูลนี้คือแสงสปอตไลท์ที่ส่องไปยังทีมเหล่านี้:
- ชัยนาท ฮอร์นบิล: ยังไม่เคยชนะเยือนเลยในฤดูกาลนี้ (เก็บได้เพียง 4 แต้ม)
- ตราด เอฟซี: ชนะเยือนเพียง 1 ครั้ง
- ศรีราชา ยูไนเต็ด: ชนะเยือนเพียง 2 ครั้ง
สำหรับทีมเหล่านี้ ตารางนัดที่เหลือมีเกมเยือนกี่นัด? และที่สำคัญคือ มี “เกม 6 แต้ม” กับทีมตกชั้นด้วยกันเองในสนามเยือนหรือไม่? คำตอบของคำถามเหล่านี้มักชี้อนาคตของพวกเขา การที่ต้องเดินทางไปเล่นในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย โดยที่ผลงานเยือนย่ำแย่มาก่อนแล้ว คือภาระที่หนักมาก
การคาดการณ์โซนตกชั้น: ทีมที่มีสถิติเยือนย่ำแย่และมีเกมเยือนเหลืออยู่มาก คือทีมที่เสี่ยงที่สุดต่อการตกชั้น
สรุปและมองไปข้างหน้า
ครึ่งทางหลังของไทยลีก 1 และ 2 กำลังจะเริ่มต้นขึ้น โดยมีจุดเด่นต่างกัน:
- ไทยลีก 1: จับตาดูว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะสามารถรักษาความได้เปรียบมหาศาลและคว้าแชมป์ไปได้อย่างราบรื่นหรือไม่ ในขณะที่ สงครามตกชั้น โดยเฉพาะชะตากรรมของ เมืองทอง ยูไนเต็ด จะเป็นเรื่องราวที่ดึงความสนใจไม่น้อยไปกว่ากัน
- ไทยลีก 2: การชิง ตำแหน่งเลื่อนชั้น จะเป็นการแข่งที่เน้นทั้งฟอร์มและความแข็งแกร่งทางจิตใจ ส่วน การดิ้นรนหนีตกชั้น จะเป็นบทพิสูจน์ว่า ทีมใดสามารถแก้ไขจุดอ่อนเรื่องผลงานนอกบ้านได้ทันเวลา
การคาดคะเนทั้งหมดนี้ ตั้งอยู่บนสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ตลาดนักเตะ, อาการบาดเจ็บของนักฟุตบอลสำคัญ, และการตัดสินใจของโค้ชในเกมสำคัญ ล้วนสามารถพลิกผันทุกการทำนายได้
คุณเห็นด้วยกับการคาดการณ์ของ ‘猜亚’ หรือไม่? แชร์ความเห็นและการคาดการณ์ตารางคะแนนของคุณเองได้ใน ช่องแสดงความคิดเห็น ด้านล่าง!
ต้องการติดตามข้อมูลลึกของทีมโปรดหรือดาวรุ่งคนเก่ง? คลิกไปที่หน้า ทีมหรือผู้เล่น ของเราเพื่อศึกษาข้อมูลเชิงลึกและสถิติทั้งหมด หรือดูข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับ ช้าง เอฟเอ คัพ
อย่าพลาดทุกการอัปเดตที่อาจเปลี่ยนเกม! คอยติดตาม thai-footballs.org เพื่อรับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการปิดตลาดนักเตะ, ข่าวบาดเจ็บ, และการวิเคราะห์เชิงลึกที่จะตามมาในครึ่งทางหลังแห่งฤดูกาลนี้!
About the Author: 猜亚·颂巴山 (Chaiya Sombatsan) is a sports journalist who has followed the Thai national team to the AFF Championship and Asian Cup, with ten years of on-site reporting experience in the Thai football league. He is now dedicated to providing Thai fans with the fastest and most in-depth local football content.