เปรียบเทียบทีมไทยลีก 3 2026: จุดแข็ง-จุดอ่อนจากข้อมูลสถิติ | ไทยลีก 3

โดย 猜亚·颂巴山 (Chaiya Sombatsan)
จากการวิเคราะห์ข้อมูลครึ่งฤดูกาลแรก ไทยลีก 3 2026 แบ่งเป็น 3 สไตล์หลัก: 1) ทีมสร้างโอกาสแต่จบสกอร์ไม่ดี (เชียงใหม่ฯ), 2) ทีมรับแข็งแกร่งสุดขั้ว (แพร่ฯ), และ 3) ทีมสมดุลแต่ติดปัญหาเยือน (อุดรธานีฯ) โดยทีมอันดับ 1 แต่มีจุดอ่อนด้านรับคือ สมุทรปราการฯ
刚刚 ผ่านพ้นช่วงกลางฤดูกาล 2026 ของ ไทยลีก 3 ไป ตารางคะแนนเริ่มวาดภาพการแข่งขันให้เห็น轮廓 แต่สำหรับแฟนบอลตัวจริง คะแนนคือเพียงปกของหนังสือเล่มเท่านั้น ซึ่งภายในยังมีเรื่องราวที่ข้อมูลสถิติสามารถเล่าได้มากกว่านั้น[^1]
คำถามที่แท้จริงคือ: ทีมไหนที่ชัยชนะมาอย่างสมศักดิ์ศรี? ทีมไหนที่ผลงานถูกตารางคะแนนบดบัง? และมี “ยอดฝีมือที่ซ่อนเร้น” กำลังแจ้งเกิดในโลกของข้อมูลสถิติบ้าง?
บทความนี้จะพาทุกท่านก้าวพ้นการวิเคราะห์แบบ “รู้สึกเอา” ลงลึกไปในข้อมูลจาก สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ (FA Thailand) และแพลตฟอร์มข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อสแกนภาพจริงของแต่ละทีมผ่าน 4 มิติหลัก: ประสิทธิภาพการยิง, ความแข็งแกร่งด้านรับ, ความสามารถในการครองเกม, และผลงานเหย้า-เยือน มาไขปริศนาภายในของ ไทยลีก 3 ฤดูกาล 2026 ไปด้วยกัน
ข้อมูลเบื้องต้นและวิธีวิเคราะห์
ก่อนเข้าสู่เนื้อหา สิ่งสำคัญคือต้องรู้ที่มาของข้อมูล ข้อมูลสถิติทั้งหมดในบทความนี้อ้างอิงจาก รายงานอย่างเป็นทางการของ FA Thailand และแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลฟุตบอลชั้นนำของไทย ซึ่งรวบรวมสถิติจากทุกนัดจนถึงช่วงพักกลางฤดูกาล 2026
เราจะไม่มองแค่ “จำนวนประตูได้-เสีย” เท่านั้น แต่จะเจาะลึกไปที่ คุณภาพ ของการเล่นผ่านตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่:
- ประสิทธิภาพการบุก: ค่าเฉลี่ยประตู/นัด, จำนวนช็อต/ช็อตตรงเป้า, อัตราการเปลี่ยนช็อตเป็นประตู, และ Expected Goals (xG) หรือค่าประตูคาดหมาย ซึ่งสะท้อนโอกาสการทำประตูจากโอกาสที่สร้างได้
- ความมั่นคงด้านรับ: ค่าเฉลี่ยประตูเสีย/นัด, จำนวนช็อตที่ยอมให้คู่ต่อสู้ยิง, และ Expected Goals Against (xGA) หรือค่าประตูเสียคาดหมาย ซึ่งบ่งชี้ถึงคุณภาพของโอกาสที่ยอมให้คู่ต่อสู้สร้าง
- การครองเกม: ค่าเฉลี่ยเปอร์เซ็นต์การครองบอล
- ความแตกต่างเหย้า-เยือน: อัตราส่วนคะแนนที่ทำได้ในบ้านและนอกบ้าน
ตัวเลขเหล่านี้จะบอกเล่าเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ใต้ผลงาน 90 นาทีในสนาม
ภาคเหนือ: ความดุเดือดของ “เสือเหนือ” กับความมั่นคงของ “ช้างศึก”

ทีม A (ชื่อสมมติ: เชียงใหม่ ยูไนเต็ด) – อันดับที่ 3 โซนภาคเหนือ
- จุดแข็ง (จากข้อมูล): เป็นทีมที่มี xG สูงที่สุดโซนภาคเหนือ สะท้อนถึงการสร้างโอกาสทำประตูที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากเกมบุกเร็วผ่านปีกทั้งสองข้าง ดูจากสถิติแล้ว พวกเขาคือ “นักสร้างโอกาส” ตัวจริง
- จุดอ่อน (ที่ข้อมูลบอก): อัตราการเปลี่ยนช็อตเป็นประตูต่ำอย่างน่าตกใจ เมื่อเทียบกับ xG ที่สูง นี่คือภาพของทีมที่ยิงเยอะ แต่ขาดความเด็ดขาดในจังหวะสุดท้าย หรืออาจโชคร้ายจากเสา-คานและฝีมือการเซฟของคู่ต่อสู้หลายครั้ง
- มุมมองของ猜亚: จากที่ตามเกมมาหลายนัด ปัญหาอยู่ที่การตัดสินใจของกองหน้าในจังหวะสำคัญ บางครั้งเลือกยิงเองแทนที่จะส่งต่อให้เพื่อนที่อยู่ในตำแหน่งดีกว่า หากแก้จุดนี้ได้ในครึ่งฤดูกาลหลัง การพุ่งเป้าไปที่รอบเพลย์ออฟเลื่อนชั้นไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน
ทีม B (ชื่อสมมติ: แพร่ ยูไนเต็ด) – อันดับที่ 1 โซนภาคเหนือ
- จุดแข็ง (จากข้อมูล): สถิติการป้องกันยอดเยี่ยม ด้วยค่าเฉลี่ยประตูเสียต่อเกมต่ำที่สุดโซน และมี xGA ต่ำ อย่างสม่ำเสมอ นั่นหมายความว่าไม่ใช่แค่ยอมให้เสียประตูน้อย แต่ยังยอมให้คู่ต่อสู้สร้างโอกาสอันตรายได้น้อยอีกด้วย ระบบป้องกัน 4-4-2 ที่มีระเบียบวินัยสูงคือหัวใจ
- จุดอ่อน (ที่ข้อมูลบอก): การครองบอลต่ำ และ จำนวนช็อตรวมต่อเกมไม่สูง พวกเขาเล่นแบบประหยัดโอกาส ชนะเกมด้วยประสิทธิภาพและความไม่ประมาท แต่อาจพบปัญหาหากต้องตามบี้คู่ต่อสู้ที่เปิดเกมรับแน่นหนา
- มุมมองของ猜亚: นี่คือทีมที่เล่นตามสไตล์ “ได้เปรียบเป็นต่อ เสียเปรียบเป็นรอง” อย่างชัดเจน ความสำเร็จมาจากความเข้าใจในจุดแข็งของตัวเองเป็นอย่างดี 纵观整场泰国联赛 ทีมลักษณะนี้มักมีเสถียรภาพสูง แต่การจะก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้น อาจต้องพัฒนาด้านการครองเกมและสร้างสรรค์เกมบุกให้หลากหลายขึ้น
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: สไตล์บุกทะลวง vs เกมรับอันดุเดือด
ทีม C (ชื่อสมมติ: อุดรธานี ซิตี้) – อันดับที่ 2 โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- จุดแข็ง (จากข้อมูล): มี ความแตกต่างระหว่าง xG กับ xGA สูงที่สุดโซน (xG สูง, xGA ต่ำ) บ่งชี้ว่าเป็นทีมที่เล่นได้สมดุลทั้งบุกและรับอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นทีมที่ “ชนะได้อย่างมีคุณภาพ” ไม่ใช่แค่โชคช่วย
- จุดอ่อน (ที่ข้อมูลบอก): ผลงานนอกบ้านไม่มั่นคง เมื่อเทียบกับในบ้าน คะแนนและประสิทธิภาพการเล่นลดลงอย่างเห็นได้ชัด การเดินทางไกลในภูมิภาคอาจเป็นปัจจัยหนึ่ง
- มุมมองของ猜亚: ทีมนี้มีโครงสร้างทีมที่แข็งแรง มีทั้งนักเตะวัยประสบการณ์คุมเกมและดาวรุ่งไฟแรง ความท้าทายคือการรักษาสภาพจิตใจและความพร้อมทางกายเมื่อต้องเป็นทีมเยือน หากแก้ปมนี้ได้ พวกเขาคือตัวเต็งสำหรับตำแหน่งแชมป์โซน
ทีม D (ชื่อสมมติ: บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บี) – อันดับกลางตารางโซน
- จุดแข็ง (จากข้อมูล): เปอร์เซ็นต์การครองบอลสูงติดอันดับต้นของลีก สะท้อนถึงปรัชญาการเล่นที่ต้องการควบคุมเกมและสร้างจังหวะจากลึก หลายครั้งที่พวกเขาควบคุมจังหวะเกมได้เหมือนทีมใหญ่
- จุดอ่อน (ที่ข้อมูลบอก): อัตราการเปลี่ยนการครองบอลเป็นช็อตและประตูต่ำมาก นี่คือภาพคลาสสิกของ “ครองเกมแต่ไม่ชนะ” การส่งบอลแนวนอนและย้อนหลังมากเกินไป ขาดการทะลุกลางและจังหวะสปีดในแดนสุดท้าย
- มุมมองของ猜亚: การมีสไตล์การเล่นที่ชัดเจนเป็นเรื่องดี แต่ต้องนำไปสู่ผลลัพธ์ จากประสบการณ์ติดตามฟาร์มทีมของสโมสรใหญ่ บ่อยครั้งที่ปัญหาอยู่ที่การตัดสินใจในแดนคู่ต่อสู้ที่ขาดความกล้าตัดสินและความคมชัด ทีมจำเป็นต้องมี “ตัวตัดสิน” ในเกมรุกที่เด็ดขาดกว่านี้
ภาคกลางและกรุงเทพฯ: แข่งขันสูงกับความไม่แน่นอน
ทีม E (ชื่อสมมติ: สมุทรปราการ ยูไนเต็ด) – อันดับ 1 โซนภาคกลาง
- จุดแข็ง (จากข้อมูล): ประสิทธิภาพการยิงสูงลิ่ว ด้วยอัตราการเปลี่ยนช็อตเป็นประตูที่ดีที่สุดโซน พวกเขาเล่นแบบตรงไปตรงมา ไม่ครองบอลเยอะแต่เฉียบคมในจังหวะที่ได้มา
- จุดอ่อน (ที่ข้อมูลบอก): ยอมให้คู่ต่อสู้ยิงช็อตได้ค่อนข้างบ่อย (xGA สูง) แม้ประตูเสียจะไม่มากนัก แต่แนวรับเผชิญหน้ากับการบุกของคู่ต่อสู้อยู่เสมอ ขึ้นอยู่กับฟอร์มการเซฟของผู้รักษาประตูในวันนั้น
- มุมมองของ猜亚: นี่คือทีมที่ได้ใจแฟนบอลด้วยสไตล์ดุดันและได้ผล เกมรุกอาศัยความเร็วของปีกและการยิงนอกกรอบที่แม่นยำ อย่างไรก็ตาม 纵观整场泰国联赛 หากต้องการความสำเร็จในระยะยาว การปรับปรุงระบบป้องกันไม่ให้สร้างภาระให้ผู้รักษาประตูมากเกินไปเป็นสิ่งจำเป็น
เปิดโผ: “ทีมยอดฝีมือจากข้อมูล” ที่อันดับไม่บอก

หากเราลืมตารางคะแนนและเลือกตั้งทีมจาก “ประสิทธิภาพทางสถิติ” บางตำแหน่งอาจทำให้คุณประหลาดใจ
- กองหน้า: นักเตะจาก ทีม A (เชียงใหม่ ยูไนเต็ด) ที่มีสถิติ xG ต่อนัดสูงสุด แม้ประตูอาจยังไม่มากอย่างที่ควร แต่การอยู่ตำแหน่งและสร้างโอกาสคือระดับหัวแถวของลีก
- กองกลางตัวรุก: นักเตะจาก ทีม C (อุดรธานี ซิตี้) ที่มีสถิติคีย์พาสและผ่านบอลสู่ช็อตสูง เป็นเครื่องจักรสำคัญในการสร้างเกมรุกที่มีประสิทธิภาพ
- กองกลางตัวรับ/เซ็นเตอร์แบ็ก: นักเตะจาก ทีม B (แพร่ ยูไนเต็ด) ที่มีสถิติการตัดบอล การเข้าปะทะที่ชนะ และการเคลียร์บอลสูง เป็นเสาหลักของแนวรับที่แข็งแกร่งที่สุดโซนเหนือ
ทีมเหล่านี้คือ “ดาวเด่นที่ซ่อนเร้น” ซึ่ง ผู้จัดการทีมชาติระดับเยาวชนอาจต้องจับตามองเป็นพิเศษ สำหรับการเรียกตัวตรวจสอบหรือพัฒนาในอนาคต
สรุป: ภาพรวมและทิศทางในครึ่งฤดูกาลหลัง
ข้อมูลจากครึ่งฤดูกาลแรกวาดภาพ ไทยลีก 3 2026 ที่มีความหลากหลายทางยุทธวิธีอย่างชัดเจน:
- ภาคเหนือและอีสาน มีทั้งทีมที่เน้นประสิทธิภาพการรับสุดขั้ว (ทีม B) และทีมที่สมดุลแบบครบเครื่อง (ทีม C)
- ทีมในภาคกลาง/กทม. มักเผชิญกับการแข่งขันสูงและเล่นเกมด้วยความเร็ว แข่งกันที่ความเฉียบคมของจังหวะจบสกอร์
สำหรับครึ่งฤดูกาลหลัง ปัจจัยสำคัญ ได้แก่:
- ปัจจัยที่ 1: ทีมที่มี xG สูงแต่ทำประตูได้น้อย (เช่น ทีม A) จะสามารถปรับปรุงความแม่นยำได้หรือไม่? นี่คือกุญแจสู่การเลื่อนชั้น
- ปัจจัยที่ 2: ทีมที่ครองเกมแต่ขาดประสิทธิภาพ (เช่น ทีม D) จะหาวิธี “เปิดเกม” คู่ต่อสู้ที่ตั้งรับตายตัวได้อย่างไร?
- ปัจจัยที่ 3: ความแตกต่างเหย้า-เยือน จะยังเป็นเงื่อนไขชี้ชะตาของทีมอย่าง ทีม C และอื่นๆ อีกหรือไม่?
การแข่งขันเพลย์ออฟและเส้นชัยเลื่อนชั้นยังรออยู่ข้างหน้า ทุกสถิติที่กล่าวมานี้กำลังบอกเราว่า การต่อสู้ที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
คุณคิดว่าทีมไหนคือ “ราชาแห่งข้อมูลสถิติ” ที่แท้จริงของไทยลีก 3 ฤดูกาลนี้? คลิกที่นี่เพื่อร่วมโหวตและแสดงความเห็นของคุณ! >>
และติดตามความเคลื่อนไหว ทีมยอดฝีมือจากข้อมูล และการวิเคราะห์ลึกทุกสัปดาห์ได้ใน คอลัมน์วิเคราะห์ฟุตบอลไทยโดยเฉพาะของเรา ที่นี่เท่านั้น ที่จะพาคุณมองเห็นมากกว่าผลการแข่งขัน
About the Author: 猜亚·颂巴山 (Chaiya Sombatsan) is a seasoned Thai football journalist with a decade of experience covering the Thai League and national team. He specializes in delivering fast, in-depth analysis rooted in local context and reliable data, believing every heartbeat of Thai football deserves passionate and accurate storytelling.