เจาะลึกทีมชาติไทยรุ่นเยาว์ 2026: U17, U19, U20 กับอนาคตฟุตบอลไทย

24 มกราคม 2026

เยอรมันบวกไทย! เปิดแผนที่อนาคตทีมชาติไทยรุ่นเยาว์ 2026: U17, U19, U20 ใครคือตัวจริงสู่ชุดใหญ่? | 泰国足球

A group of talented young Thai footballers in training gear, standing confidently together on a green field, representing the future of the national team.

โดย 猜亚·颂巴山 (Chaiya Sombatsan)


2026 เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับคำถามใหญ่สำหรับอนาคตฟุตบอลไทย: “รุ่นต่อไป” พร้อมแค่ไหน? คำตอบอาจไม่ได้อยู่แค่ในรายชื่อดาวรุ่ง แต่กำลังถูกเขียนใหม่ด้วยมือของ “ผู้วางระบบ” คนใหม่

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนด้วยการแต่งตั้ง มาร์โค ก็อคเคล โค้ชชาวเยอรมันผู้มีใบอนุญาตระดับโปรจากสมาคมฟุตบอลเยอรมัน (DFB) และประสบการณ์ในไทยตั้งแต่ชัยนาท ฮอร์นบิล จนถึงการเป็นผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของ STB Football Academy ให้มาคุมทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี [^5] นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนโค้ช แต่คือ การปฏิวัติแนวคิด ในการสร้างนักเตะรุ่นใหม่ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการพาทีมไทย U17 ไปให้ถึงรอบสุดท้ายฟุตบอลเยาวชนโลก 2030 [^5]

ทีมชาติไทย U17 ล่าสุด ภายใต้การคุมทีมของมาร์โค ก็อคเคล กำลังเตรียมตัวสำหรับรอบคัดเลือกชิงแชมป์เอเชีย โดยมีผู้เล่นหลักที่ต้องจับตาได้แก่ ธนกฤต โชติเมืองปัก (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) ณัฐกิตติ์ โพธิ์ศรี (การท่าเรือ เอฟซี) และ อชิรวิชญ์ นัดสันเทียะ (ผู้รักษาประตู, นครราชสีมา มาสด้า) ซึ่งแสดงฟอร์มโดดเด่นทั้งในสโมสรและเกมทดสอบล่าสุด

บทความนี้จะพาเจาะลึกทีมชาติไทยรุ่นเยาว์ทั้งสามสายรหัส (U17, U19, U20/U23) อย่างเป็นระบบ เราไม่ได้แค่รวบรวมชื่อ แต่จะ วิเคราะห์ภายใต้กรอบแนวคิดใหม่ของก็อคเคล ว่าดาวรุ่งคนไหนมี “DNA” ที่ตรงกับระบบทีม, เปิดเผย “สามเส้นทางสู่ความสำเร็จ” ที่แตกต่างกันของนักเตะไทย และชี้ให้เห็นว่า ใครคือผู้เล่นที่อาจกระโดดข้ามรุ่น เพื่อตอบคำถามที่แฟนบอลทุกคนอยากรู้: อนาคตทีมชาติไทยชุดใหญ่ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร?


1. ผู้วางรากฐานใหม่: มาร์โค ก็อคเคล กับ “ระบบเยอรมัน” ในใจนักเตะไทย

A football coach points at a tactical board with football formation diagrams, symbolizing the new systematic approach being implemented for the Thai youth teams.

การมาถึงของ มาร์โค ก็อคเคล คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดสำหรับฟุตบอลเยาวชนไทยในปี 2026 นี้ ประวัติของเขาเป็นส่วนผสมที่ลงตัว: พื้นฐานจากระบบเยาวชนอันเป็นเลิศของเยอรมนี (ผ่านการเป็นโค้ชประจำศูนย์ฝึก DFB และทีมเยาวชนของ TSG Hoffenheim) ผสมกับ ความเข้าใจบริบทฟุตบอลไทย จากการทำงานในไทยมายาวนาน

ปรัชญาการทำงานของเขาปรากฏชัดตั้งแต่เกมแรกที่คุมทีม U17 เอาชนะมองโกเลีย 4-0 ในศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก เขาให้สัมภาษณ์ว่า “สำหรับตัวผม ผมไม่คิดจะยกย่องผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง ผมมองภาพรวมของทีมมากกว่า… เราพยายามสร้างทีมที่ดี และนั่นคือสิ่งที่สำคัญมาก” [^6]

นี่คือแก่นแท้ของแนวคิด “ทีมเหนือตัวบุคคล” ซึ่งอาจแตกต่างจากวัฒนธรรมการยกย่อง “ดาวเด่น” ในอดีต นอกจากนี้ เขายังเน้นการ “พยายามเอาบอลไปข้างหน้าทุกครั้ง และต้องมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง พยายามรักษาเชฟ” [^6] ซึ่งสะท้อนถึงการเล่นแบบครองบอล (Possession-based) ที่มีวินัยและความมั่นใจ

คำถามใหญ่คือ: ระบบที่เน้นวินัย ทีมเวิร์ก และการครองเกมนี้ จะส่งผลต่อการคัดเลือกและพัฒนาผู้เล่นรุ่น U17 อย่างไร? และมันจะส่งต่ออิทธิพลไปยังทีม U19 และ U20 อย่างไร? นี่คือกรอบที่เราจะใช้มองดาวรุ่งทุกคนในบทความนี้

2. ภาพรวมสามรุ่น: ใครคือผู้เล่นที่ต้องจับตา?

ทีมชาติไทย U20 / U23: “กองหนุนชุดใหญ่” ที่พร้อมขึ้นแท่น

กลุ่มนี้คือผู้เล่นที่ใกล้ชิดกับการถูกเรียกใช้ในทีมชาติชุดใหญ่มากที่สุด พวกเขามีชั่วโมงบินในไทยลีกแล้ว และกำลังพิสูจน์ตัวเอง

  • สิรดนัย โพธิ์ศรี (19 ปี, กองกลาง, เมืองทอง ยูไนเต็ด): ถูกขนานนามว่ามี “ความเยือกเย็นและวิสัยทัศน์ที่ล้ำเลิศ” เขาคือผู้สร้างเกมในอนาคต แต่ความท้าทายคือการแย่งตำแหน่งในทีมชุดใหญ่เมืองทองที่แน่นหนา
  • ธีรภัทร์ นันทโกวัฒน์ (20 ปี, กองกลาง, เมืองทอง ยูไนเต็ด): อีกหนึ่งนักสร้างเกมที่มี “ชั้นเชิงสูง, เวลาที่บอลอยู่กับเขาพลาดยาก” คู่หูกับสิรดนัยที่อาจเป็นแกนกลางทีมชาติในอนาคต
  • ชานนท์ ทํามา (21 ปี, แบ็กซ้าย, บีจี ปทุม ยูไนเต็ด): คือตัวอย่างความสำเร็จของเส้นทางทีมชาติเยาวชน ปัจจุบันเป็นตัวหลักของทีม U23 และที่สำคัญคือ “ถูกเรียกซ้อมกับทีมชุดใหญ่โดยมาซาทาดะ อิชิอิ” แล้ว นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าเขาอยู่ในแผนการเติบโตสู่ชุดใหญ่
  • นรากรณ์ แก่งกระโทก (22 ปี, ปีก, แบงค็อก ยูไนเต็ด): แสดงฟอร์มร้อนแรงด้วย 6 ประตู 2 แอสซิสต์ ในฤดูกาล 2024/25 ขณะที่ยังอยู่กับอยุธยา ยูไนเต็ด เป็นผู้เล่นที่พร้อมให้ผลงานทันที
  • ชัยพล อดทน (22 ปี, แบ็กซ้าย/กองกลาง, สุโขทัย เอฟซี): มี “ทักษะเป็นเลิศ, จังหวะจ่ายบอลที่แม่นยำ” และยังเติมเกมรุกได้ ความสามารถรอบด้านคือจุดขาย

สรุปสำหรับ U20/U23: กลุ่มนี้มีคุณภาพและใกล้ความจริงมากที่สุด ชานนท์ ทํามา ดูจะเป็นผู้ที่ใกล้เส้นชัย (ทีมชุดใหญ่) มากที่สุดในขณะนี้ ส่วนนักสร้างเกมอย่างสิรดนัยและธีรภัทร์ ต้องใช้เวลาและโอกาสในการโชว์ฟอร์มให้มากพอในไทยลีก

ทีมชาติไทย U19: รุ่นแห่งการ “เปลี่ยนผ่าน”

ข้อมูลเกี่ยวกับทีม U19 โดยตรงอาจมีน้อยในขณะนี้ แต่รุ่นอายุนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะ “สะพานเชื่อม” ระหว่างความหวังอันสดใสของ U17 กับความจริงอันโหดหินของฟุตบอลลีกสูงสุด

เราอาจเห็นผู้เล่นจาก U17 บางส่วนถูกดันขึ้นมาสู่ U19 เพื่อสะสมประสบการณ์ หรือผู้เล่น U19 ที่มีศักยภาพจะเริ่มได้รับโอกาสในลีก เช่น พงศกร สังขโสภา (18 ปี, ปีก, ราชบุรี เอฟซี) ซึ่งมีส่วนร่วม 18 นัด และทำ 3 ประตูให้ราชบุรีในไทยลีกแล้วในฤดูกาล 2024/25 เขาคือต้นแบบของนักเตะที่เติบโตจากการลงสนามจริงตั้งแต่เนิ่นๆ

ทีมชาติไทย U17: “ผลผลิตชุดแรก” ใต้ระบบก็อคเคล

A dynamic close-up of a young footballer's feet and the ball, showcasing dribbling skill and control during a training session.

นี่คือห้องทดลองและความหวังล่าสุดภายใต้การดูแลของมาร์โค ก็อคเคล โดยตรง

  • ธนกฤต โชติเมืองปัก (18 ปี, กองกลาง, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด): คือต้นแบบของ “เส้นทางอะคาเดมี่สู่ทีมใหญ่” ผ่านการฝึกฝนจากอะคาเดมี่ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และโชว์ฟอร์มในทีมชุดใหญ่ด้วย 2 ประตู 4 แอสซิสต์ ในฤดูกาล 2023/24 เขามีทักษะและเข้าใจระบบทีม ซึ่งอาจตรงกับแนวคิดของก็อคเคลเป็นอย่างดี แต่ความท้าทายคือการแย่งตำแหน่งกับนักเตะต่างชาติในสโมสร
  • ณัฐกิตติ์ โพธิ์ศรี (17 ปี, ปีก, การท่าเรือ เอฟซี): คือปรากฏการณ์ “เด็กเก่งทำลายสถิติ” เขากลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรการท่าเรือที่ทำประตูในลีกได้ (17 ปี 2 เดือน 6 วัน) ด้วยสกิลอันน่าตื่นตาตื่นใจ ความท้าทายของเขาไม่ใช่ฝีเท้า แต่คือ “การจัดการกับความคาดหวังอันมหาศาล” และการพัฒนาตัวเองให้ครบเครื่อง ไม่ใช่แค่เป็นนักเตะจี้อันตราย
  • อชิรวิชญ์ นัดสันเทียะ (โอชิ) (16 ปี, ผู้รักษาประตู, นครราชสีมา มาสด้า): คือความหวังในตำแหน่งที่ขาดแคลน ด้วยส่วนสูง 189 ซม. ในวัยเพียง 16 ปี [^4] เขาเคยร่วมฝึกกับทีมชาติไทย U17 มาแล้ว [^4] ในระบบที่เน้นการเล่นจากหลัง ผู้รักษาประตูที่เล่นบอลด้วยเท้าได้ดีและมีภาวะผู้นำจะมีค่ามาก เขาอาจเป็นผู้เล่นที่ “กระโดดข้ามรุ่น” ได้หากพัฒนาอย่างถูกต้อง

สรุปสำหรับ U17: ภายใต้ก็อคเคล เราอาจเห็นการให้ความสำคัญกับผู้เล่นที่มีวินัย ทัศนคติดี เข้าใจบทบาทในทีม (เช่น ธนกฤต) ควบคู่ไปกับการดูแลและพัฒนาศักยภาพสุดขีดของเด็กเก่งพิเศษ (เช่น ณัฐกิตติ์) อย่างเป็นระบบ

3. เจาะลึก: 3 เส้นทางสู่ทีมชาติของดาวรุ่งไทย (และกับดักที่ต้องระวัง)

จากการศึกษาดาวรุ่งเหล่านี้ เราสามารถสรุปเส้นทางพัฒนาการหลักได้ 3 แบบ ซึ่งแต่ละแบบมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง :

เส้นทางที่ 1: อะคาเดมี่ชั้นนำ -> ทีมใหญ่ (The Academy Graduate)

  • ตัวแทน: ธนกฤต โชติเมืองปัก (อะคาเดมี่บุรีรัมย์)
  • จุดแข็ง: ได้รับการฝึกฝนด้านเทคนิคและทัศนคติจากระบบเยาวชนที่ดีที่สุดของประเทศตั้งแต่เด็ก มีความเข้าใจในระบบฟุตบอลสมัยใหม่
  • ความท้าทาย/กับดัก: “กำแพงนักเตะต่างชาติ” ในทีมชุดใหญ่ของสโมสรระดับท็อป การจะได้ลงสนามเป็นประจำนั้นยากลำบาก อาจต้องอาศัยการยืมตัวไปยังสโมสรอื่นเพื่อสะสมประสบการณ์จริง
  • อนาคตในระบบก็อคเคล: มีแนวโน้มดี เพราะคุ้นเคยกับการเล่นเป็นระบบทีม ซึ่งตรงกับปรัชญาของโค้ช

เส้นทางที่ 2: ลีกล่างสั่งสมประสบการณ์ (The Lower League Forged)

  • ตัวแทน: พงศกร สังขโสภา (เคยเล่นไทยลีก 3 กับหัวหิน ซิตี้ ตอนอายุ 16)
  • จุดแข็ง: มี “ชั่วโมงบินและความแกร่งทางจิตใจ” สูง ได้เผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดและใช้ร่างกายตั้งแต่เด็ก รู้จักการเอาชีวิตรอดในสนาม
  • ความท้าทาย/กับดัก: การปรับตัวจากฟุตบอลลีกล่างที่อาจเน้นความเร็วและพลัง ไปสู่ฟุตบอลลีกสูงที่ต้องการ “ความเร็วในการคิด” และความเข้าใจในแผนการเล่นที่ซับซ้อนมากขึ้น
  • อนาคตในระบบก็อคเคล: หากสามารถพัฒนาด้านการอ่านเกมและตัดสินใจให้ทันสมัยขึ้นได้ จะเป็นผู้เล่นที่มีคุณค่ามากเพราะมีทั้งสกิลและจิตใจที่แข็งแกร่ง

เส้นทางที่ 3: เด็กมหัศจรรย์ทำลายสถิติ (The Record-Breaking Prodigy)

  • ตัวแทน: ณัฐกิตติ์ โพธิ์ศรี (ทำประตูในลีกตั้งแต่อายุ 17 ปี)
  • จุดแข็ง: “พรสวรรค์ระดับสุดขั้ว” ที่เห็นได้ชัดเจน มักมีสกิลส่วนตัวที่ยอดเยี่ยมและสามารถสร้างประกายได้ในชั่วพริบตา
  • ความท้าทาย/กับดัก: “ความคาดหวังที่ถาโถมและพัฒนาการที่อาจหยุดชะงัก” การถูกกดดันให้ต้องดีตลอดเวลา, การบาดเจ็บ, หรือการที่ฝ่ายตรงข้ามศึกษาจุดอ่อนจนเกมพัฒนาต่อไม่ได้ เป็นภัยที่ต้องจัดการ
  • อนาคตในระบบก็อคเคล: ก็อคเคลอาจเป็นโค้ชที่เหมาะสมในการ “ปกป้องและต่อยอด” เด็กเก่งแบบนี้ โดยปลูกฝ�วินัยและความเข้าใจในบทบาททีม เพื่อไม่ให้เป็นแค่ผู้เล่นจี้อันตราย แต่เป็นผู้เล่นที่ทรงคุณค่าต่อระบบทีม

4. อนาคตที่มองเห็น: ใครคือผู้เล่นแห่งอนาคต?

จากทั้งหมดที่วิเคราะห์มา ภาพอนาคตของทีมชาติไทยเริ่มชัดเจนขึ้น:

  • สำหรับทีมชุดใหญ่ (ในอีก 1-2 ปีนี้): ดูจากความใกล้ชิดกับโค้ชอิชิอิ ชานนท์ ทํามา คือชื่อที่ต้องจับตามองที่สุดสำหรับตำแหน่งแบ็กซ้าย ส่วน นรากรณ์ แก่งกระโทก ก็พร้อมเป็นตัวเลือกในแนวรุกได้ทันที
  • สำหรับการปฏิวัติรูปแบบการเล่น (ในอีก 2-3 ปี): หากระบบของมาร์โค ก็อคเคล ประสบความสำเร็จและส่งต่อแนวคิดขึ้นมา เราอาจได้เห็นทีมชาติที่เล่นเป็นระบบมากขึ้น มีการครองบอลที่ดีขึ้น นักเตะอย่าง ธนกฤต โชติเมืองปัก, สิรดนัย โพธิ์ศรี และ ธีรภัทร์ นันทโกวัฒน์ ที่มีพื้นฐานการเป็นผู้เล่นทีมและวิสัยทัศน์ดี จะมีบทบาทสำคัญ
  • สำหรับความหวังระยะยาว (2030+): ความสำเร็จของโครงการ U17 ภายใต้ก็อคเคลจะเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญ เด็กเก่งอย่าง ณัฐกิตติ์ โพธิ์ศรี และความแข็งแกร่งของเด็กที่ผ่านการฝึกระบบอย่าง อชิรวิชญ์ นัดสันเทียะ คือทรัพย์สินล้ำค่าที่ต้องดูแลอย่างดี

บทสรุปจาก 猜亚·颂巴山: อนาคตฟุตบอลไทยในปี 2026 นี้ กำลังถูกวางรากฐานใหม่ด้วยมือของ “ผู้วางระบบ” จากเยอรมนี มันไม่ใช่แค่เรื่องของ “ใครเก่งที่สุด” อีกต่อไป แต่คือ “ใครจะเติบโตไปกับระบบนี้ได้ดีที่สุด” การผสมผสานระหว่างวินัยแบบเยอรมันและสเน่ห์แบบไทยนี้ คือสูตรที่น่าจับตามองที่สุดในทศวรรษหน้า

ความท้าทายยังมีอยู่มาก ทั้งการจัดการกับดาวรุ่งแต่ละประเภท การเปิดโอกาสในลีกสูงสุด และการทำให้แนวคิดนี้ส่งต่อจาก U17 ไปสู่ทีมชุดใหญ่ได้อย่างราบรื่น แต่หนึ่งสิ่งที่น่ายินดีคือ เราเริ่มเห็น “แผนที่” ของอนาคตที่ชัดเจนขึ้น และมีผู้เล่นมากมายที่พร้อมจะก้าวขึ้นมาเติมเต็มแผนที่นั้น


คุณคิดว่าเส้นทางแบบไหนจะสร้างซูเปอร์สตาร์ทีมชาติไทยคนต่อไป? และใครคือผู้เล่นรุ่นเยาว์ที่คุณเชื่อมั่นที่สุด? แชร์ความเห็นของคุณด้านล่างได้เลย!

ติดตามความเคลื่อนไหวของทีมชาติไทยรุ่นเยาว์และบทวิเคราะห์ลึกทุกสัปดาห์ได้ที่ Thai-Footballs.org – ทุกเรื่องฟุตบอลไทย ครบจบที่เดียว

About the Author: 猜亚·颂巴山 (Chaiya Sombatsan) is a sports journalist who has followed the Thai national team to the ASEAN Football Championship and Asian Cup, with ten years of on-site reporting experience in the Thai football league. He now focuses on providing Thai fans with the fastest and most in-depth local football content.

ข้อมูลผู้เล่นและสถิติอ้างอิงจากแหล่งข่าวกีฬาชั้นนำ ณ วันที่ 23 มกราคม 2026 นี้

ชยุต บริรักษ์

โค้ชและผู้พัฒนาฟุตบอลเยาวชนไทย มุ่งเน้นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับนักเตะรุ่นใหม่ และแบ่งปันแนวทางการฝึกซ้อมที่ทันสมัยเพื่อยกระดับวงการฟุตบอลไทย

สารบัญในหน้านี้

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest

บทความล่าสุด