1-1 กับอิรัก: “หัวใจนักสู้” ที่ซ่อนรอยร้าว และกุญแจสู่เกมตัดสินกับจีน | มุมมองผู้เชี่ยวชาญ

โดย 猜亚·颂巴山 (Chaiya Sombatsan)
ผลเสมอ 1-1 กับอิรัก U23 ในศึกเอเอฟซี ยู23 เอเชียน คัพ 2026 ครั้งนี้ ทำให้ทีมชาติไทย U23 ยังคงมีลมหายใจรอการตัดสินในเกมสุดท้ายพบจีน U23 ในวันที่ 14 มกราคม โดยต้องชนะเท่านั้นจึงจะผ่านเข้าสู่รอบต่อไป
นาทีที่ 85 เมื่อ ชินเงิน ภู่ต้นหยง ปล่อยจังหวะยิงเท้าขวาจากในกรอบเขตโทษเข้าไปสั่นตาข่าย เสียงเชียร์ของแฟนบอลไทยที่สนาม Prince Faisal bin Fahd และทั่วประเทศดังกึกก้อง ราวกับชัยชนะ แต่นั่นคือประตูตีเสมอ 1-1 กับอิรัก U23 ในศึกเอเอฟซี ยู23 เอเชียน คัพ 2026 ซึ่งสถิติการแข่งขัน ได้บันทึกเอาไว้
ผลเสมอนี้ถูกตีตราว่าเป็นชัยชนะทางจิตใจ “หัวใจนักสู้” ของทีมไทยที่เล่นด้วย 10 คนมาตั้งแต่เกมก่อนหน้า และยังเป็นฝ่ายตามตีเสมอได้ ตามที่สื่อกีฬาในประเทศรายงาน ใช่, นั่นคือความภาคภูมิใจที่ไม่อาจปฏิเสธ แต่ในฐานะผู้ที่ตามดูฟุตบอลไทยมายาวนาน ผมขอใช้เลนส์ของนักวิเคราะห์战术 ส่องให้เห็นภาพที่ชัดเจนกว่าแค่ “จิตใจสู้” เกมนี้คือกระจกสะท้อนทั้งจุดแข็งที่น่าชื่นชม และจุดอ่อนที่อาจตัดสินอนาคตของเราในเกมตัดสินกับ จีน U23 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
第一部分: กระดาน战术 – การปรับตัวหลังจุดโทษ และสูตรลับของการตีเสมอ

โค้ช ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล (โค้ชวัง) ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาหลังเกม: “เรายังมีข้อผิดพลาดในเรื่องของการเสียจุดโทษ ซึ่งเป็นจุดที่เราต้องกลับไปปรับปรุง” นาทีที่ 27 ที่เราเสียจุดโทษ ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดของกองหลังคนใดคนหนึ่ง แต่มันคืออาการของ “การเริ่มเกมช้า” ที่เราพบเห็นบ่อยครั้ง
ก่อนเสียประตู การกดดันของทีมไทยในแดนกลางขาดความเฉียบขาด อิรักสามารถส่งบอลทะลุเข้ามาในกรอบเขตโทษได้ด้วยการเคลื่อนที่แบบง่ายๆ แต่ทรงประสิทธิภาพ การตัดสินใจที่ช้าไปเสี้ยววินาทีของกองหลัง นำไปสู่การฟาวล์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
แต่ที่น่าสนใจคือ หลังเสียประตู ทีมไทยกลับเล่นได้ดีขึ้นชัดเจน นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ การปรับตัวเกิดขึ้นใน 3 มิติ:
- แนวรับที่กระชับขึ้น: แนวรับ 4 คนเคลื่อนที่เป็นบล็อกเดียวกันได้ดีขึ้น ลดช่องว่างให้กองหน้าอิรักที่รอสวนกลับ
- การทำงานของกองกลางสองตัว: ในระบบ 4-2-3-1 ที่ดูเหมือนจะใช้ กองกลางแนวรับทั้งคู่เริ่มตัดบอลสั้นๆ มากขึ้น ควบคุมจังหวะเกมแทนที่จะรีบส่งบอลยาว ซึ่งช่วยประคับประคองทีมหลังเสียประตูได้ดี
- การเปลี่ยนผ่านสู่การบุก: ประตูตีเสมอนาทีที่ 85 ไม่ได้มาจากการสวนกลับเร็วสุดขั้ว แต่มันคือผลผลิตของการครองบอล терпеливоในแดนกลาง ก่อนที่จะมีจังหวะสับเปลี่ยนตำแหน่งและส่งบอลทะลุเข้าไปให้ ชินเงิน ได้หันหน้ายิง มันคือการทำประตูที่มาจาก “ทีมเวิร์ค” ตามที่โค้ชวังกล่าวถึง อย่างแท้จริง
第二部分: ดวงตาแห่งข้อมูล – ภาพลวงตาของการครองบอล และความจริงของประสิทธิภาพ
แม้จะไม่มีตัวเลขสถิติอย่างเป็นทางการจาก Sofascore ให้วิเคราะห์กันแบบเป๊ะๆ แต่จากภาพรวมของเกม เราสามารถสรุป “เรื่องเล่าจากข้อมูล” ที่สำคัญได้
เรื่องเล่าหลัก: เรา “ครองเกม” แต่ขาด “ความเฉียบคม”
เป็นไปได้สูงที่ทีมไทยจะมีสัดส่วนการครองบอลมากกว่าอิรักหลังเสียประตู เราเป็นฝ่ายบุกหาและสร้างโอกาสอยู่เนืองๆ ตรงกับที่โค้ชวังบอกว่า “เรามีโอกาสทำประตูเพิ่มหลายครั้ง” อย่างไรก็ตาม โอกาสเหล่านั้นหลายครั้งจบลงด้วยการยิงที่ขาดความมั่นใจ หรือการตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายที่ยังไม่成熟พอ
ในทางตรงกันข้าม อิรักเล่นด้วย哲学ที่ชัดเจน: 防守รัดกุม และรอจังหวะสวนกลับหรือได้เซ็ตพีซ พวกเขามีโอกาสชัดเจนน้อยกว่าเรา (นอกจากจุดโทษ) แต่โอกาสที่สร้างได้กลับมี “คุณภาพ” และ “อันตราย” สูงกว่า นี่คือสาเหตุที่โค้ชวังต้อง “ชื่นชมผู้รักษาประตูของอิรักที่เซฟลูกอันตรายไว้ได้หลายจังหวะ” เพราะโอกาสของเราหลายครั้งก็เพียงพอจะทำให้ประตูสั่นได้
การประเมินผู้เล่นหลักภายใต้กล้องจุลทรรศน์:
- ชินเงิน ภู่ต้นหยง (ผู้ทำประตู): ประตูของเขาสำคัญอย่างไม่อาจแทนค่าได้ และแสดงถึงสัญชาตญาณการยิงในกรอบเขตโทษที่ยอดเยี่ยม แต่ตลอดทั้งเกม การมีส่วนร่วมในเกมรุกและการเชื่อมต่อกับเพื่อนร่วมทีมในแดนกลางยังมีที่ว่างให้พัฒนาได้อีก
- แนวรับและผู้รักษาประตู: การทำงานร่วมกันหลังเสียจุดโทษน่าชื่นชม แต่คำถามใหญ่คือ ทำไมเราต้องรอให้เสียประตูก่อนถึงจะตื่นตัวเต็มที่? นี่คือบทเรียนที่ต้องเรียนรู้ให้เร็วที่สุด
第三部分: มุมมองจากริมสนาม – จากคำพูดของ “โค้ชวัง” สู่แผน战术รับมือจีน

โค้ชวังให้บทสรุปที่ทรงคุณค่าสำหรับการวิเคราะห์: “จุดแข็งของเราคือความเป็นหนึ่งเดียวและทีมเวิร์ค” และ “ตราบใดที่เรายังมีความหวัง แม้จะเหลือเพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ เราก็จะทำให้ดีที่สุดอย่างแน่นอน” นี่ไม่ใช่แค่คำพูดปลอบใจ แต่คือแก่นแท้ของทีมนี้
แล้วเราจะแปลง “ความเป็นหนึ่งเดียว” และ “จิตใจสู้” ให้เป็นชัยชนะเหนือจีนได้อย่างไร?
เกมกับจีน U23 ในวันที่ 14 มกราคมนี้ คือเกม “ชนะหรือตาย” เท่านั้น จากบทเรียนเกมอิรัก ผมมีข้อเสนอเชิง战术 3 ข้อสำหรับโค้ชวังและทีมงาน:
- แก้ปัญหา “เริ่มเกมช้า” ให้ได้: ต้องออกสตาร์ทด้วยความเร่งรีบและความเข้มข้นสูงสุดตั้งแต่นาทีแรก ไม่อนุญาตให้ตัวเองเป็นฝ่ายตามตีอีกแล้ว การกดดันแบบเป็นจังหวะในแดนหน้าของคู่แข่งต้องทำทันที
- เพิ่มทางเลือกและความสร้างสรรค์ในแดนหน้า: เกมอิรักแสดงให้เห็นว่าเรา创造โอกาสได้ แต่จบสกอร์ยาก ต่อหน้าซีม防守ของจีนที่อาจแน่นหนา เราอาจต้องการผู้เล่นที่มีลูกเล่น個人เพื่อเจาะช่องว่าง หรือการสับเปลี่ยนตำแหน่งในแนวรุกที่บ่อยและ unpredictable กว่าเดิม
- ใช้ประโยชน์จาก “ความลึก” ของทีม: โค้ชวังกล่าวว่า “ทีมของเรามีนักเตะดาวรุ่งค่อนข้างเยอะ แต่ทุกคนทำผลงานได้เกินความคาดหมาย” นี่คือทรัพย์สินล้ำค่า การเปลี่ยนตัวในครึ่งหลังไม่ใช่แค่เพื่อเติมพลัง แต่ต้องเป็น “การเปลี่ยนเกม” ที่นำความสดใหม่และไอเดียที่แตกต่างเข้ามาโจมตีจุดอ่อนของจีน
จีนเพิ่งเสมออิรัก 0-0 และแพ้ไทยในเกมกระชับมิตรเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ตามการวิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุด พวกเขาไม่ใช่ยักษ์ที่ไร้จุดอ่อน เกมนี้ตัดสินกันที่ “ความเฉียบคม” และ “ความเย็นยะเยือก” ในจังหวะสำคัญ ซึ่งเรามีตัวอย่างให้เห็นแล้วจากเกมที่เพิ่งจบลง
การต่อสู้ยังไม่จบ การเสมออิรักด้วย 10 คนคือบทพิสูจน์จิตใจ แต่การเอาชนะจีนด้วย 11 คนคือบทพิสูจน์คุณภาพที่แท้จริง โอกาส 1% ที่โค้ชวังพูดถึง นั้น อยู่ที่การปรับปรุงข้อผิดพลาดจากเกมนี้ และปล่อยศักยภาพของ “ดาวรุ่งที่ทำได้เกินความคาดหมาย” ออกมาอย่างเต็มที่
ชะตากรรมยังอยู่ในมือของนักเตะชุดนี้เอง
สำหรับแฟนบอลไทยทุกคน:
- ร่วมย้อนรอยความมันส์ทุกอารมณ์ผ่าน คลิปไฮไลท์และภาพบรรยากาศการเชียร์ ได้ที่หน้าเกม回顾บน Thai-Footballs.org
- ติดตาม สถิติละเอียด ของเกมไทย-อิรัก (การครองบอล, การยิง, โอกาสใหญ่) ได้ที่ลิงก์ Sofascore
- อย่าพลาด! กับบทวิเคราะห์战术ลึกก่อนเกมตัดสิน “ไทย U23 ปะทะ จีน U23: กลยุทธ์พิชิตตั๋วรอบต่อไป” เฉพาะบน Thai-Footballs.org เท่านั้น กดติดตามช่องทางของเราไว้ให้ดี!
เกี่ยวกับผู้เขียน: 猜亚·颂巴山 (Chaiya Sombatsan) เป็นผู้สื่อข่าวกีฬาที่มีประสบการณ์ติดตามรายงานข่าวฟุตบอลไทยและทีมชาติไทยมายาวนานกว่า 10 ปี มุ่งมั่นนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและวิเคราะห์战术ที่แม่นยำ เพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสนามกับแฟนบอลไทยทุกคน
#ไทยU23 #เอเอฟซียู23เอเชียนคัพ #猜亚颂巴山วิเคราะห์ #ไทยบอล